“ต้นหน” ยืนยัน ยังชอบผู้หญิง แค่ขอจัดจ้านตามสไตล์ไอดอล

-- โฆษณา --

ถือว่าในปัจจุบันเรื่องของแฟชั่นกลายเป็นเรื่องของความชื่นชอบส่วนตัวแบบไร้ขีดจำกัด ไม่จำกัดเพศ หนึ่งในไอดอลของหลายๆคนอย่าง “ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล” สมาชิกวง “Mints” ที่ก้าวเข้าสู่การชื่นชอบการแต่งการแบบ Unisex ด้วยการทาเล็บสีฉูดฉาด และแพลนไว้ผมยาวจนต้องปฎิเสธงานไปเพียบ ยอมรับว่ามีหลายคนถามว่าตนเป็น LGBT เยอะมาก แต่ก็ยังยืนยันว่ายังชอบผู้หญิงนะจ๊ะ เจ้าตัวบอกว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในวงการเพลงแล้วรู้สึกว่าคนอื่นจัดจ้านจนต้องของขอลองบ้าง ทั้งนี้ยังอัพเดทเรื่องหัวใจว่ามีสาวๆคุยอยู่บ้าง แต่ยังไม่จริงจังกับใครเท่าไรขอโฟกัสที่งานให้สุดๆไปก่อน ไม่กลัวว่าถ้ามีแฟนแล้วกระแสจะตก มีเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่ได้อยู่ที่เวลาแต่อยู่ที่ใจจ้า

มีการทาเล็บ อันนี้ไลฟ์สไตล์เราเป็น Unisex หรือเปล่า?
“ อ๋อใช่ครับ คือจริงๆผมได้สไตล์มาจากนักดนตรีที่เป็นฝรั่งนี่แหละ หมายถึงเรื่องของการแต่งตัว ซึ่งหลายคนก็ถามว่าสรุปแล้วเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า แต่ผมก็บอกว่ายังนะครับ ผมยังชอบผู้หญิงอยู่ ยังคุยกับผู้หญิงอยู่ แต่อยากให้มองว่ามันเป็นสไตล์ดีกว่า”

ใช้คำว่ายังไม่ได้เป็น ?
“ไม่เป็นครับ ไม่เป็น เราเป็นคนที่ชอบเรื่องของแฟชั่นอยู่แล้ว จริงๆผมเพิ่งมาชอบช่วงหลังนะ พอได้มาทำงานเกี่ยวกับดนตรี ผมก็รู้สึกว่าพอเราได้อยู่วงการเพลงจริงๆทุกคนจัดจ้านมาก เราก็รู้สึกว่ามันใช่ ผมก็ไม่ได้คิดสไตล์นี้ขึ้นมาเอง ผมก็หาแรงบันดาลใจมาเพราะผมก็ไม่ได้แข็งแรงพอที่จะเป็นไอคอน หาสไตล์มาก็ลองดูมั่วๆครับ”

อันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น?
“ใช่ครับ อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเพราะว่าผมเริ่มจะจริงจังแล้ว คือผมอยากไปเติมมากในเรื่องของ ลายเล็บตรงนี้ครับ”

แฟนคลับโอเคใช่ไหม?
“โอเคครับคือผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเราเป็นตัวเองดีกว่า หมายถึงว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราต้องเป็นคนอื่นเพื่อทำให้เขาชอบ สักวันนึงเราก็ต้องเป็นตัวเองอยู่ดี เค้าอาจจะไม่ได้ชอบที่เราเป็นตัวของตัวเองก็ได้แต่ถ้าเราเป็นตัวเองตั้งแต่แรกแล้วคนจะชอบก็คือชอบ คนที่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่”

มีแพลนจะไว้ผมยาวใช่ไหม?
“ใช่ครับ ผมไว้ผมยาวครับ ตอนนี้ที่เห็นใส่หมวกก็คือรู้สึกว่ายังไม่อยากตัดผม อยากจะลองไว้ผมยาวดู”

ยาวสักแค่ไหน กลางหลังได้ไหม?
“ประมาณนี้ครับ (ประบ่า) แต่ก็คิดหนักเหมือนกันเพราะว่ามีงานเข้ามา มีหลายๆงานที่เราไม่ได้รับเพราะว่าเค้าจะให้ตัดผม”

กลายเป็นว่าต้องปฏิเสธไป?
“มันต้องชั่งน้ำหนักดูว่างานมันน่าเล่นไหม”

ในเรื่องของหัวใจล่ะมีสาวๆคุยไหม?
“ก็มีบ้างครับแต่ก็ยังไม่ได้จริงจังกับใครมากแต่ไม่ใช่ว่าผมไม่จริงจังเลยนะเพราะว่าช่วงนี้ผมทำงานเยอะมาก เพลงประกอบหนังเรื่องนี้ที่กำลังเสร็จแบบสดๆ น่าจะปล่อยเร็วๆนี้มันก็จะมีเอ็มวีด้วยซึ่งมันค่อนข้างวุ่นวาย ไหนจะเรียนด้วย เป็นช่วงที่ผมสอบกลางภาคด้วย ผมเป็นคนที่เวลาทำงานจะโฟกัสมากๆ ผมมีความเยอะเป็นคนที่หมกมุ่นกับอะไรบางอย่างมากในเวลาที่เราสนใจหรือว่าทำแบบสุดๆ บางทีผมก็ลืมคิดถึงคนอื่นไปเลย ผมอาจจะรู้สึกว่าอาจจะยังไม่เหมาะที่จะไปเทคแคร์ใครหรือเปล่า”

คนที่เข้าหาจำกัดไหมว่าจะเป็นในหรือนอกวงการ?
“ไม่จำกัดครับผม จริงๆผมไม่มีสเปกด้วย ถ้ารู้สึกว่าโอเคมันก็คือโอเค”

คุยกันโอเคหรือว่าดูที่ไลฟ์สไตล์?
“ถ้าพูดกันจริงๆแล้วผมหาคนที่ไม่เหมือนผมในบางครั้ง ผมรู้สึกว่ามันสามารถเติมเต็มเราได้ในส่วนที่เราขาด ผมก็เลยไม่ซีเรียสว่ามันจะต้องเหมือนกัน เหมือนกันก็ได้ถ้าคุยกันรู้เรื่อง ผมรู้สึกว่าในชีวิตของผม ผมเจอมาทั้งคนที่เหมือนกันและไม่เหมือนกันมาแล้ว ทั้งเหมือนกันสุดๆแล้วก็ไม่เหมือนกันมากๆ สุดท้ายแล้วมันไม่ใช่เรื่องของตรงนั้น มันเป็นเรื่องของเคมีที่สุดท้ายแล้วทำให้เราไม่ได้คุยกัน สำหรับผมเรื่องนี้แล้วมันอะไรก็ได้”

หลายคนก็ซีเรียสว่าถ้าเปิดตัวแฟนแล้วแฟนคลับจะต่อต้าน เรากังวลเรื่องนี้ไหม?
“จริงๆแล้วผมไม่ได้คิดถึงส่วนนั้น ถ้าจะให้คิดเร็วๆ ผมก็ไม่ได้กังวลขนาดนั้นผมคิดว่าแฟนคลับน่าจะเข้าใจ ผมเชื่อว่าถ้าเรารักใครเขาก็จะรักคนนั้นไปด้วยเหมือนกัน”

ถ้ามีก็คือเปิดตัวไหม?
“ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

แพลนไหมว่าต้องเรียนจบก่อน?
“เมื่อไหร่ก็ได้ครับ”

 

 



LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here