“นานา” เล่าเหตุกราดยิงโคราช มีคนติดอยู่ในร้านตนถึง 19 คน

-- โฆษณา --

เป็นอีกหนึ่งดาราที่มีพนักงานร้านตัดผมของเธอติดอยู่ในเหตุการณ์ระทึกขวัญการกราดยิงที่โคราช และมีประชาชนเข้ามาแอบในร้านถึง 19 คน โดยสาว “นานา ไรบีนา” ได้ติดต่อกับพนักงานตลอดเวลา ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะๆ และคอยประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับทุกคนอย่างปลอดภัย โดยเจ้าตัวได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า

ร้านที่โคราชเป็นอย่างไรบ้าง?
“เราทุกคนต้องผ่านช่วงเวลานี้ไป ข่าวสารต่างๆมันยังสะเทือนใจมากๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ในเหตุการณ์วันนั้นเราก็พยายามจะช่วยน้องๆของเราด้วยการหาข้อมูลที่ถูกต้อง ดีที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ถ้าเราทำอะไรพลาดไปก็คือชีวิตของคนที่อยู่ตรงนั้น นานาก็พยายามจะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ในทั้งหมดทั้งมวลแล้วนานาว่าทุกหน่วยงานตั้งใจให้มีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดอยู่แล้ว รวมถึงตัวนานาเองที่เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อยากจะให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี”

เราทราบข่าวได้ยังไง?
“ช่วงประมาณ 5-6 โมงเย็น พนักงานที่ร้านโทร.มาบอกว่ามีผู้ร้ายเข้ามาที่เทอมินอล21 เราก็ถามทุกคนโอเคปลอดภัยดีไหม ตอนที่รับโทรศัพท์ครั้งแรกไม่ได้คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ ก็บอกเขาว่าปิดร้านนะ ไม่ได้ตกใจอะไร แต่พอเวลามันผ่านไป เราก็อยู่ในสายโทรศัพท์กับเขาตลอด มันก็เริ่มเงียบขึ้นมาก ก็คิดว่าท่าทางมันจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว เปิดข่าวดูด้วยเลยให้เลขาอยู่สายกับน้องแทน แล้วนานาก็ไปหาข้อมูลว่าเราจะช่วยน้องเขายังไงได้บ้าง ก็ไปประสานงานกับทางห้าง เขาก็ให้ข้อมูลกับเราว่าต้องนี้เป็นอย่างนี้แล้ว ตรงไหนจุดไหนที่ต้องระวัง อะไรควรทำ ไม่ควรทำ พอเราได้ข้อมูลที่เรามั่นใจว่าเป็นข้อมูลจริง เราก็จะได้ส่งต่อแบบที่ไม่ทำให้ตื่นตระหนก ณ เวลาตรงนั้นเขาก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ อะไรที่จะไม่ทำให้เขาตกใจไปมากขึ้นเราก็จะไม่พูด ก็เป็นในลักษณะนั้นอยู่ 4-5 ชั่วโมง”

ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา?
“ตามตลอดเลย ดูข่าวตลอดทั้งคืนจนกระทั้งน้องๆพนักงานเราได้ออกมา ในร้านนอกจากพนักงานนานาแล้วก็ยังมีผู้คนในห้างเข้ามาหลบในนั้นอยู่ด้วยทั้งหมด19คน”

เห็นว่าเรามีการเยียวยาพนักงานด้วย?
“มันเป็นสิ่งเล็กน้อยสำหรับจิตใจของเขาที่ไปเจอเรื่องราวสะเทือนขวัญขนาดนั้น ก็ดูแลเขาจนทุกอย่างมันดีขึ้น เอาที่เขาแฮปปี้ เขารู้สึกสบายใจขึ้น อยากจะกลับมาทำงาน สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่สถานการณ์แต่จิตใจเขาดีขึ้น พร้อมที่จะกลับมาทำงานหรือจะให้ช่วยเหลือยังไงเพิ่มเติม วันนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าขวัญและกำลังใจที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ทุกคนเสียขวัญ นานาอยู่ในโทรศัพท์ จังหวะที่ทุกคนอยู่ในสถานการณ์ตรงนั้นเรายังรู้สึก เราเองยังตกใจมาก ลองนึกว่าเราเป็นเขาที่อยู่แค่ข้างหลังกำแพงเล็กๆ แล้วมีเสียงปืนดัง เราบอกเขาว่าใจเย็นๆนะแต่เราน้ำตาไหลไปด้วย เราไม่อยากให้ใครบาดเจ็บเลยไม่ใช่แค่พนักงานของเราอย่างเดียว”

“สำหรับการเยียวยาของนานาก็ไม่ได้มีอะไรมาก ให้เขาอยู่บ้านจนกว่าจะดีขึ้น เราก็ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนที่เขาจำเป็นที่จะต้องใช้ น้องๆเอาเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย นอกจากขอเวลา เราเองก็ไม่ได้จะต้องรีบเปิดกิจการ คือขอให้จิตใจ ทุกสิ่งอย่างดีขึ้น ก็หวังว่ามันจะไม่มีแบบนี้เกิดขึ้นอีก เราก็จ่ายเงินเดือนเขาเหมือนเดิมทุกอย่าง วันนั้นเราก็ส่งกันจนถึงบ้าน ประมาณ 4 ทุ่มก็มีเจ้าหน้าที่ไปช่วยเขาออกมา โชคดีว่าร้านอยู่ใกล้กับลานจอดรถเลยได้ออกกันมา ก็คุยกับน้องๆของเขามั่นใจว่าเขาถึงบ้านกันปลอดภัย บางคนที่เข้ามาหลบในร้านเราด้วย เขาก็เข้ามาเขียนในอินสตาแกรมเราว่าเราปลอดภัยดีแล้ว เราก็โล่งอก จนวันนี้เราก็ยังโทร.ไปสอบถามน้องๆของเราว่าเขาเป็นยังไงบ้าง การที่เขาจะกลับมาทำงานได้เป็นปกติแล้วไม่หวาดผวามันไม่ง่ายนะ”

จุดที่ก่อการร้ายอยู่ใกล้ร้านเราเลยไหม?
“ร้านนานาอยู่ถัดไปอีกชั้นนึง ไม่รู้ว่าใกล้หรือเปล่าแต่นานาอยู่ในโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงปืน มันใกล้มากหรือว่าจริงๆแล้วเสียงปืนมันดังมาก”

ร้านเราเสียหายมากน้อยแค่ไหน?
“เรายังไม่ทราบค่ะ แต่เดี๋ยวทางห้างจะเปิดให้มีการทำบุญกัน เราก็จะไป เรายังไม่ได้ดูอะไร เพราะสาระสำคัญสำหรับเราอยู่ที่จิตใจของพนักงานของเราและทุกคนมากกว่า ก็ต้องดูทุกอย่างอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถไปใช้บริการได้”

ผลกระทบทางธุรกิจมากน้อยแค่ไหน?
“ไม่มากเท่ากับจิตใจหรอก วันนี้อยู่ที่จิตใจของคนมากกว่า มันโหดร้ายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่ายใช้ทั้งชีวิต ทั้งร่างกายเข้าไปช่วย โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะรอดกลับมาหรือเปล่า มันที่สุดแล้ว ตัวคนที่หลบอยู่เขาก็ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับบ้านหรือเปล่า พอมันผ่านไปได้มันเหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริงๆนะ”

เรามีแพลนจะไปโคราชเมื่อไหร่?
“ก็ดูๆอยู่ ตอนนี้ให้น้องๆเขาพร้อมก่อน ตอนนี้เขาอยากจะอยู่บ้านกับครอบครัว ทางร้านก็มีแพลนจะทำบุญใหญ่กันอยู่ อยากให้กำลังใจทุกคน ไม่อยากให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อะไรกัน ให้มองไปที่ต้นตอหรือแกนของมันจริงๆ สิ่งเร้าที่มันทำให้เกิดเรื่องราวเหล่านี้มันคืออะไร อยากจะขอบคุณทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำให้เหตุการณ์นี้จบลงได้ ขอให้ไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกต่อไป”

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here