“แอน” ปลื้มแฟนคลับแน่น พร้อมแจงเหตุชวดงานรับปริญญาลูกสาว

-- โฆษณา --

เรียกได้ว่าฮอตไม่แพ้ดารารุ่นน้องเลย สำหรับ “แอน สิเรียม” ที่มีแฟนคลับตามเชียร์ถึงไหนถึงกัน คอยซัพพอร์ตกันเสมอ โดยล่าสุดสาว “แอน” ได้ออกงานเธอได้เผยถึงโมเม้นต์นี้ รวมถึงภูมิใจที่ลูกสาวคนเดียว “นนนี่” คว้าปริญญาโทที่อังกฤษได้สำเร็จ

แฟนคลับมาให้กำลังใจหนาแน่นตลอด?
“ก็จริงๆ ส่งกำลังใจให้กันและกัน มันเป็นสิ่งที่ดีในช่วงเวลานี้ เพราะการให้กำลังใจกันและกันเป็นแรงพลังในการทำงาน”

เห็นแฟนคลับวัยรุ่นเริ่มมาติดตามจนขึ้นทวิตเตอร์?
“แอนเลยต้องฟิตหุ่น(หัวเราะ) เป็นวัยรุ่น”

ได้มีทวิตเตอร์เช็กกระเเสไหม?
“ก็มีเขียนๆบ่นๆ ทวิตเตอร์เขาไว้บ่นถูกปะ ก็เรียนรู้ต้องปรับตัวให้เราเข้ากับยุคสมัย ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้เราไม่มีช่องว่างกับลูก กับครอบครัว หรือกับคนอีกวัยหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นการปรับตัวเข้าหากันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นประโยชน์”

มองกระเเสแฟนคลับกับโซเชียลยังไง ?
“กระแแสเหรอค่ะ พูดจริงๆนะ แอนไม่ได้สำรวจความคิดเห็นอะไรขนาดนั้น หนึ่งคือช่วงที่ผ่านมาปีที่แล้ว แอนถ่ายละครแน่นมาก ปีนี้แอนเลยรับละครแค่ 2 เรื่อง แต่ก็โอเคเล่นสนุกขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติกับมัน ไม่ได้เป็นการรู้สึกว่าละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวเรามากเกินไป เลยทำให้เข้าใจสื่อโซเชียลมากขึ้น เข้าใจถึงวิธีการของสังคมปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร คือจริงๆถ้าเรามองให้เป็นเรื่องดี เราก็ว่ามันดีนะ เพราะมันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้น เราได้รู้จักว่าจริงๆแล้ววิธีคิดเขาคิดแบบนี้นะ แบบอะไรเป็นอย่างนี้ หรืออันนี้เขาเเค่บ่น หรือศัพท์อะไรที่เป็นศัพท์แปลกๆ พอเราอ่านแล้วอ่อ เราเข้าใจขึ้น เราก็เก็ทแล้ว”

โซเชียลเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าถึงแฟนคลับ?
“โซเชียลก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่แบบว่า (หัวเราะ) ได้พูดคุย ที่แบบสมัยก่อนคือต้องเขียนจดหมาย มาเป็นกระสอบอะไรแบบนี้ แล้วแบบอ่านไม่ทัน ตอบไม่ทัน แต่พอสมัยนี้จะเป็นข้อความที่กระชับ สั้น ได้ใจความ แล้วรู้ว่าต้องการสื่ออะไร”

เคยเจออะไรแปลกๆไหมในโซเชียล?
“พี่ยังไม่เคยเจอนะ (หัวเราะ) อย่าพูดเป็นลาง ไม่มี ไม่เคยเจออะไรแปลกๆ มีแต่เป็นอะไรก็ได้สำหรับเธอ (หัวเราะ)”

ต้องไปหาคำแปลกๆมาตอบกลับไหม?
“เดี๋ยวนี้พี่ก็ทันสมัยขึ้นนะ แต่พี่ก็แบบต้องคิดนิดหนึ่งว่า เราก็ต้องทำที่แบบที่กำลังดี เพราะเราก็ไม่ได้เป็นเด็กแล้ว เดี๋ยวก็เอ่ออ่อไป เราก็ต้องคีฟลุกแบบกำลังดี แต่ก็ต้องเข้าถึงเขาด้วย แล้วเขาก็จะให้ความเกรงใจเราด้วยระดับหนึ่ง อะไรที่พอดีๆ แต่ก็บางทีก็มีแบบหลุดๆบ้าง เพราะว่าจริงๆแล้ว บุคลิกจริงๆเป็นคนทะเล้นหน่อย พยายามสำรวมอยู่นะเนี้ย (หัวเราะ)”

ถามเรื่องลูกสาวน้องนนนี่ ?
“ตอนนี้ก็เรียนจบปริญญาโทแล้ว เพิ่งรับปริญญาไป แต่ว่าแม่ก็ไม่ได้ไป ซึ่งทางลูกสาวเองก็โทรมาก็ให้พรลูกไป”

ติดขัดตรงไหนถึงไม่ได้ไป ?
“จริงๆแล้ว ต้องบอกว่าเขาบอกวันช้าไปทางมหาวิทยาลัย คือเขาจบแล้ว แต่ว่ามหาวิทยาลัยที่เขาเรียน เขาต้องทำงานทดลองก่อนปีหนึ่ง แล้วก็จะถึงบอกวันในการรับปริญญามา ซึ่งมันกะทันหันไป พอแอนเคลียร์ไม่ทัน แล้วเราก็ไม่ใช่นางเอกเนอะ เราก็ต้องตามคิวพระนางเขา เดี๋ยวเราบินไปบ่อยๆเขาไม่ให้ เขียนบทให้เราตายไป (หัวเราะ)”

น้องนนนี่มีงอลไหม?
“เขาก็มีนิดหนึ่ง แต่ว่าให้ของขวัญไปนางก็หายไง อืม.. ก็จัดไปนิดหนึ่ง มันต้องมีบ้าง ก็เขาบอกทำตามคำที่เขาสัญญากับแม่ไว้ ว่าเขาจะเรียนให้จบปริญญาโท และก็ทำงานอะไรยังงี้”

จะต่อด็อกเตอร์ไหม?
“ไม่แล้วค่ะ ถ้าจะต่อก็คงต้องจ่ายค่าเรียนเอง (หัวเราะ)”

ตอนนี้ทำงาน?
“ใช่ค่ะ เขาก็ทำงานตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วค่ะ เขาก็อยู่ที่โน้นเขาชอบ”

ตัวพี่แอนเองก็บินไปบินมาไปหาเขาบ่อยๆใช่ไหม?
“ปีนี้ก็คงจะไม่ค่อยได้บินไปหาเท่าไหร่ เหมือนเขาบอกว่าหากไม่ผิดพลาดอะไรเขาจะมาหาช่วงเมษายนปีนี้ ”

ไม่มีภาพถ่ายปริญญาโทคู่กับลูก?
“ก็ไม่เป็นไรนะ แอนว่าปริญญามันก็แปะไว้ ปริญญาตรีก็มีแล้ว จัดเต็มไปแล้ว”

เรื่องน้องนนนี่แต่งงาน?
“ใช่ค่ะ น้องแต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีบุตร”

ในใจเราอยากให้มียัง?
“ก็แล้วแต่เขานะ เพราะเราก็ทำงานตรงนี้ เขาเองก็อยากจะมีบ้านอะไรก่อน เพราะตอนนี้เองเขาก็เช่าแฟลตอยู่ ให้เขารันไปตามชีวิต”

มีแนะนำการใช้ชีวิตคู่บ้างไหม?
“คือจริงๆ แอนพูดกับลูกเสมอนะ เเละเชื่อว่าแม่ทุกคน มนุษย์แม่ทุกคนจะกังวลหรือห่วงลูกตลอด แต่ด้วยความที่สามีเป็นอังกฤษ สามีก็จะพูดเสมอว่าใจเย็นๆไหม ให้เขาได้เดินทางใช้ชีวิตของเขาในแบบที่เขาชอบ ซึ่งหากวันหนึ่งที่เขาต้องการให้เราช่วยเรื่องอะไร เดี๋ยวเขาก็จะเดินมาหาเราเอง ตรงนั้นดีกว่าเป็นช่วงเวลาที่เขาฟังเรา แฟนเราเองก็เตะเบรคไว้ตลอด แอนก็จะเหยียบคันเร่งตลอด ก็ดีค่ะ ทำให้แม่ลูกมีความเข้าใจกันขึ้น พอเราไม่จู้จี้จุกจิกอะไรเขามาก เขาก็จะเป็นฝ่ายโทรมาเล่าให้เราฟัง แอนก็ปรับทัศนคติในการเลี้ยงลูกค่อนข้างเยอะ”

ไม่ได้เร่งว่าอยากอุ้มหลาน?
“ก็ไม่เร่งนะ พี่ก็ไม่ได้แก่มาก พี่ออกกำลังกายทุกวัน (หัวเราะ)”

น้องนนนี่มีบอกไหมว่าอีกสักกี่ปี?
“น้องยังไม่มีบอกเลย แต่ว่าเขาจะไปเที่ยวโน้นเที่ยวนี้ ด้วยความที่แอนทำงานแต่เด็กแล้วไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปไหนมาก ดังนั้นแอนจึงพูดกับลูกว่าการเดินทางที่เราได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปเที่ยวหรูหรามากมาย แต่เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เราเห็นว่าจริงๆแล้ว โลกนี้มันกว้างใหญ่แล้วมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย เขาเลยชอบ”

สบายใจแล้วใช่ไหม เหมือนลูกเป็นฝั่งเป็นฝา?
“ใช่ แม่กับลูกไม่มีทางหย่ากันไปได้ ก็ต้องอยู่กันตลอดชีวิต ดูแลกันไป เราก็หวังว่าตอนแม่แก่ ลูกก็ดูแลแม่บ้าง อะไรยังนี้”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here