-- โฆษณา --

เป้ควงน้องกรเปิดใจวิวาห์สายฟ้าแลบ พร้อมโต้ท้องก่อนแต่ง

จากการเซอร์ไพรส์ใหญ่ของนักร้องหนุ่มเป้ วงมายด์ หรือเป้ บดินทร์ที่ได้คุกเข่าขอหวานใจนอกวงการ น้องกร แต่งงานและได้จดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถานทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่ทว่ากลับถูกชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามว่าเป็นการแต่งสายฟ้าแลบหรือเปล่า โดยล่าสุดหนุ่ม เป้ ได้ควงน้องกร ชี้แจงเรื่องนี้พร้อมเล่าถึงโมเม้นต์ประทับใจกันว่า

อยากให้เล่าถึงโมเมนต์ที่ตัดสินใจคุกเข่าขอน้องกรแต่งงาน

เป้ :ผมมีโอกาสไปเล่นคอนเสิร์ตที่อังกฤษพอดี ซึ่งจัดโดยน้องๆ นักศึกษาไทยที่ไปเรียนอยู่ที่ลอนดอน ชื่อว่าคอนเสิร์ตสามัคคีเฟส ต้องบอกก่อนว่าเราตั้งใจที่จะเซอร์ไพร้ส์น้องที่นั่นอยู่แล้ว ทุกคนทราบดีว่าที่นั่นสวย และไม่ได้ไปได้ทุกวันให้เป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำและดูพิเศษสำหรับเรา เพราะการขอแต่งงานคงไม่ได้ขอกันทุกวัน เลยเลือกเป็นที่นี่และแพลนที่จะเซอร์ไพร้ส์ อีกอย่างรู้สึกว่าเราคบกันมาประมาณเกือบ 2 ปี รู้สึกว่าค่อนข้างจะพอดีเลยตัดสินใจขอแต่งงาน

เตรียมตัวจากเมืองไทยเป็นยังไงบ้าง เพื่อไม่ให้เขารู้ตัว

เป้ :อันนี้ยากมาก คือเราถ่ายรายการด้วยกันด้วยกันค่อนข้างบ่อย สิ่งที่ยากที่สุดคือแหวน เพราะเราเจอกันบ่อยมากก็ไม่รู้จะเอาแหวนไปซ่อนไว้ที่ไหน แล้วแหวนก็มาถึงก่อนที่เราจะไปทริปประมาณ 2 อาทิตย์ ยากมากที่จะซ่อน แต่ก็ซ่อนมาได้จนถึงตอนที่ไปอังกฤษ เราตื่นเต้น จนเกือบจะเอาแหวนออกมาหลายครั้งมาก คือน้องหนาวแล้วพยายามจะเอามือมาซุกในเสื้อโค้ชเรา แล้วเราก็เอาแหวนเก็บในนั้นพอดี ต้องรีบออกมาก่อน น้องสุกมือเข้าไปพอดีก็เลยไม่เจอสุดท้ายรอดมาได้ เลยออกมาเป็นเซอร์ไพร้ส์ที่สมบูรณ์ครับ

เราคิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงก็จะแต่งกับน้องกรแน่

เป้ :จริง ตั้งใจไว้อยู่แล้ว คือ อยากให้เป็นข่าวดีแรกของปีของเราทั้งคู่ เพราะว่าเป็นปีใหม่ อยากจะเริ่มต้นอะไรใหม่ กับชีวิตของเรา เรื่องแรกที่น่าจะดีที่สุด ในชีวิตของคนสองคนที่รักกัน น่าจะเป็นการแต่งงาน

ด้วยระยะเวลาในการคบกัน คนอาจมองว่าเร็วเกินไป ที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

น้องกร :กรมองว่าการคบกัน ระยะเวลาไม่น่าจะเกี่ยวค่ะ อยู่ที่ว่าคนสองคนจูนกันได้มากแค่ไหน และความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ก็คิดว่าความรักของเราน่าจะสุกงอมพอสมควรค่ะ

เป้ :สุดท้ายแล้วผมรู้สึกว่า ความรักจริง แล้วน่าจะแปรผกผันกับเวลา คนเราถ้าใช่ เวลาก็ไม่สำคัญครับ

ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรู้ก่อนที่จะไปเซอร์ไพร้ส์ขอกันแต่งงานหรือเปล่า

เป้ :ผมมีโอกาสได้คุยกับหม่าม้าน้องกร คือ การที่เราคบกันอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่อยู่แล้ว เรื่องเซอร์ไพร้ส์ผมเป็นคนจัดการ

ตั้งแต่ศึกษากันมารู้สึกว่าน้องกร คือคนที่เราอยากจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยตั้งแต่แรกเลยไหม

เป้ :ชีวิตผมผิดพลาดอะไรมาเยอะพอสมควร ถึงตอนนี้รู้สึกว่าด้วยอายุ ด้วยประสบการณ์ต่าง ทำให้รู้สึกว่า เราอยากจะใช้ชีวิตอย่างมั่นคงแล้ว อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับใครบางคนแล้ว มันถึงเวลาแล้ว เลยรู้สึกว่าทำไมเราต้องไปมองหาคนที่อยู่ไกล ทั้ง ที่เรามีคนที่ดีที่สุดอยู่ใกล้ เรา หลังจากที่คบกันมาน้องเป็นคนที่ ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เลิกทำอะไรแย่ เลยหลายอย่าง เลิกดื่ม เลิกใช้ชีวิตที่เปลืองตัวเอง กลับมาออกกำลังกาย เก็บตังค์มากขึ้น มองถึงอนาคต วางแผนในชีวิตคู่มากขึ้น อีกอย่างที่สำคัญที่สุด คือคุณพ่อคุณแม่ผมรักน้องก่อนมาก เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

คนรอบตัวเราตกใจไหม

เป้ :  เพื่อน ของผมมาทราบก่อนที่จะไปทริป ประมาณซักอาทิตย์หนึ่ง จริง ผมแพลนไว้พอสมควร แล้วและพยายามจะให้เพื่อน เป็นคนช่วยเก็บโมเมนต์ดี ไว้มากกว่า พยายามจะทำยังไงก็ได้ ให้เหตุการณ์ดูเนียนมากที่สุดให้ไม่ออกมาแบบโป๊ะ และน้องกรจับได้ ไม่งั้นก็จะดูแย่นิดนึง

น้องกรประทับใจอะไรในตัวพี่เป้ถึงตัดสินใจที่จะเซย์เยสแต่งงานกับเขา

น้องกร :ที่ผ่านมาพี่เป้พิสูจน์ตัวเองค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เขาก็เปลี่ยนตัวเอง จริง เราเปลี่ยนตัวเองกันทั้งคู่ ปรับเข้าหากันมาเรื่อย คิดว่าวันนี้น่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีค่ะ

วินาทีที่เขาคุกเข่าขอแต่งงานรู้สึกยังไงบ้าง

น้องกร :ถ้าพี่ เห็นคลิปแล้วจะได้ยินกรพูดคำว่าจริงป่ะเนี่ยตอนนั้นเราจำอะไรแทบไม่ค่อยได้ ตัวชา งง ช็อคไปหมดเลย หนาวด้วย(หัวเราะ) ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก สุดท้ายต้องมาขอคลิปวิดีโอจากพี่ ในวงที่ถ่ายคลิป เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จำได้ไหมว่าเขาพูดว่าอะไรบ้าง

น้องกร :วันนั้นเขามาถามเรื่อง one wish”

เป้ :ผมมีรายการชื่อว่าจรจัดเป็นการถ่ายวล็อคทั่ว ไป มีผมกับน้องและเพื่อนคน วันนั้นเราทำในคอนเซ็ปต์คำว่าวันวิช ถ้าคุณขออะไรก็ได้ 1 อย่างบนโลกใบนี้ แล้วคำขอนั้นจะเป็นความจริง เขาก็ถามทุก คน สุดท้ายมาถามน้องกรเขาก็บอกว่าขอให้เขามีความสุขทุก วันตลอดไป ผมก็เลยบอกเขาว่ารู้หรือเปล่า ว่าความคิดที่ผมอยากจะขอนั้น ผมอยากจะขออะไร ผมก็หันหน้าไปหาเขา แล้วบอกว่าเราอยากจะขอเธอแต่งงาน

ตอนที่ได้ยินรู้สึกยังไงบ้าง

น้องกร :ช็อคก่อนเลยค่ะ จนมีคนกระซิบมาหลังกล้องว่า เซย์เยสก่อน (หัวเราะ)”

กรรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะเซอร์ไพร้ส์ขอเราแต่งงาน

น้องกร :มีนิดหน่อยค่ะ ตอนที่เขาบอกให้เอาไซส์แหวนมาลอง เพราะมีของกรเอง ที่เคยทำไว้นานแล้วแต่มันหลวม เพราะว่าผอมลง พี่เป้เห็นว่าทำมาแล้วก็ไม่ได้ใส่สักที งั้นเดี๋ยวเรามาลองวัดไซส์แหวนไหม จะได้เอาแหวนไปแก้ และได้ใช้ แล้วเขาก็แอบมาวัดนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งกรใส่แหวนนิ้วนางข้างขวา เค้าก็ดูหลก ลน นิดนึง(หัวเราะ) ตอนนั้นก็มีเอะใจแต่ว่าหลังจากนั้น คือ ไม่มีพิรุธอะไร เลยคิดว่าอาจจะลองเพื่อดูไซส์คร่าว ไว้ก่อน คงไม่ใช่เร็ว นี้ค่ะ

แต่แอบคิดว่า เขาอาจจะขอ ?

น้องกร :คือก็คิดไว้ในใจว่าน่าจะเป็นเราละมั้ง(ยิ้ม) คือตอนนั้นรู้สึกว่าอาจจะยังไม่ใช่เร็วๆนี้ค่ะ เพราะตอนนี้เราช่วยกันสร้างอยู่

สำหรับเรามองว่าระยะเวลามันเร็วไปไหม ?

น้องกร :โฮ้กรใช้ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ตั้งแต่คบมา เอาจริงๆมั่นใจตัวพี่เป้ค่อนข้างเยอะค่ะ รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ใช่มาตั้งนานแล้ว

อะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนเป้ไปได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นเสือ ขึ้นชื่อเรื่องสาวๆ ?

เป้ :ขึ้นชื่อเรื่องอะไรเหรอครับ(ยิ้ม) ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องร้องเพลงเลยหรอครับ

น้องกร :อันนี้ตอบยากเลย เป็นเรื่องของจิตใจ ตอนแรกก็ลำบากใจพอสมควร เพราะได้รับฟิตแบคอะไรมาเยอะมากตอนที่คบแรกๆ แต่พอมาสัมผัสตัวตนจริงๆของพี่เป้ ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น รู้สึกว่ากรเป็นรอยยิ้มให้เขาได้ กรน่าจะมีอิทธิพลอะไรบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้แล้ว ก็ค่อยๆ

เรียกได้ว่าตอนนี้เราข่มพี่เป้ได้ ?

น้องกร :เรียกว่าเราให้เกียรติกันและกัน(หัวเราะ)”

ไม่ได้เป็นตามข่าวลือที่ว่าแต่งฟ้าแลบ เพราะท้อง

เป้ :อันนี้เป็นเรื่องหลักเลยนะครับ อยากจะบอกนิดนึงว่าผมแพลนไว้อยากมีน้องไวไว หลังจากที่แต่งงาน แต่หมายถึงหลังจากแต่งงานนะ ตอนนี้เรายังไม่มีงานแต่งเลย จดทะเบียนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีงานแต่ง เพราะฉะนั้นจะบอกกับพี่ๆสื่อทุกคนว่าน้องไม่ได้ท้องนะครับแต่ผมอยากมี

ทำไมถึงจดทะเบียนเร็ว

เป้ :อันนี้จะเล่าให้ฟังอีกเรื่องหนึ่ง เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ฟังดีๆนะครับ ดีเทลเยอะ คือ ผมไปเล่นดนตรีที่งานสามัคคีเฟสซึ่งเป็นงานของน้องๆนักศึกษาไทยที่ลอนดอน ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตไทย ใน ลอนดอน หนึ่งในที่มาเป็นประธานคือท่านพิษณุเอกอัครราชทูตอยู่ที่นั่น คือท่านได้ทราบข่าวว่าผมขอน้องกรแต่งงาน ก่อนที่ผมจะเล่นคอนเสิร์ต 1 วัน นักศึกษาไทยที่นั่นก็พูดเรื่องนี้เยอะ และมีน้องคนหนึ่งในสามัคคี เป็นคนถ่ายวิดีโอให้ผม เขาก็เลยคุยกันว่าวันนี้พี่เป้จะขอแต่งงานนะ แต่ปรากฏว่าพอน้องเซย์เยสปุ๊บ ข่าวก็ออกไป มันทำให้ถึงหูท่านทูต ด้วยความเมตตาของท่าน ท่านก็เรียกเข้าพบเป็นการส่วนตัว ก่อนที่จะเล่นคอนเสิร์ต เรียกเข้าไปบอกว่ายินดีด้วย พอดีอยู่ในพื้นที่การดูแลคนไทยของท่านที่นั่น ท่านก็เลยบอกว่าถ้าสมมุติไม่ติดอะไร ถ้ายังไม่รู้จะไปจดทะเบียนที่ไหน ถ้ายังไม่มีแผนแบบนี้ท่านบอกท่านยินดีที่จะเป็นนายทะเบียนให้ที่ลอนดอน ซึ่งผมก็ตกใจว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง เพราะผมทราบดีว่าการที่จะต้องจดทะเบียนมันไม่ใช่กิจของท่านทูต เพราะมันเป็นกิจของนายทะเบียนอีกชั้นหนึ่ง ถ้าเป็นกิจของท่านทูตผมรู้สึกว่ามันเป็นเกียรติสำหรับวงศ์ตระกูลอย่างมาก เราก็เลยรู้สึกปลื้มใจและตกใจมาก แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะพร้อมจะทำหรือเปล่า ยังไม่ทราบเรื่องเอกสาร แต่ท่านทูตบอกว่าเรื่องเอกสาร ถ้าตัดสินใจจดทะเบียนที่นี่ ท่านจะส่งคนมาดูให้สุดท้ายเราใช้เวลาตัดสินใจประมาณหนึ่งคืน

น้องกร :ใช่ค่ะ ก็กลับไปจัดคอนเสิร์ต ก็นั่งคุยกัน มาตกลงว่าโอเค งั้นจดที่นี่เลย แล้วก็บอกทางบ้าน

เป้ :สุดท้ายเอกสารที่ใช้มีแค่ พาสปอร์ตและบัตรประชาชน

น้องกร :ใช่ 2 อย่าง แล้วก็มีแบบฟอร์มอินโฟเมชั่น ที่สถานทูตส่งมาให้กรอก

อันนี้มันมีผลกับทางกฎหมายในไทยด้วยใช่ไหม

เป้ :ใช่ครับ จริงๆที่มันดีอย่างนึง พอเราไปอยู่ที่นั่น มีคนช่วยทำเอกสารค่อนข้างเยอะมาก ในการเดินเรื่อง จริงๆต้องขอขอบคุณพี่ๆทุกคน พี่ๆที่อยู่ที่นั่นที่ดูแลเรา พี่ๆที่สถานทูต พี่ๆที่สามัคคี และหลายคนที่ทำให้เรามีวันนี้ได้

น้องกร :มีอย่างหนึ่ง ท่านทูตบอกไว้ว่าเราเป็นคู่แรกที่ท่านอนุเคราะห์จดทะเบียนให้

เป้ :เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของเราอย่างมาก พอมีโอกาสแบบนี้ เราก็เลยตัดสินใจจะคว้าไว้ น้องกรก็ไม่รอ รีบโทรหาป่ะป๊ามะม๊าเลย

คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง

น้องกร :จริงๆถือว่าโอเคมาก ท่านให้ตัดสินใจเองได้เลย โตแล้ว ถ้ากรว่ายังไงทุกคนโอเคหมด

อย่างนี้ที่เมืองไทยจะต้องจดทะเบียนอีกไหม

เป้ :อ่อไม่ครับ เรียบร้อยแล้ว มันมีเอกสารมาเรียบร้อย เสียดายมากวันนี้ผมรีบออกมา ไม่ได้เอามาด้วย ต้องขอโทษจริงๆ

เอกสารต้องส่งตามกลับไปไหม

เป้ :จริงๆแล้วตรงนั้นมันครบเรียบร้อยแล้วครับ

น้องกร :สถานทูตจัดการให้ทุกอย่างหมดเลย ทางเราส่งแค่บัตรประชาชนและพาสปอร์ต

อย่างนี้เรียกว่าเป็นสามีภรรยาได้แล้ว

เป้ :ใช่ครับผม นี่ภรรยาผมครับ

น้องกร เปลี่ยนนามสกุลด้วยไหม

น้องกร :พอวันที่จะจดทะเบียน ท่านทูตดูฤกษ์ไว้ให้เราด้วย เป็น 14.49 นาที ก่อนที่จะไปสถานทูต ทางทีมสถานทูตถามว่าจะเปลี่ยนนามสกุลไหม ถ้าเกิดจะเปลี่ยนจะพิมพ์และปริ้นออกมาให้ เราก็เลยโทรกลับไปหาที่บ้าน ปะป๊าบอกว่าให้ตัดสินใจเองอีก ยังไงก็ได้ เราก็ตัดสินใจเองไม่ได้ ก็เลยทักไปหาหมอดู(หัวเราะ) ที่เราดูประจำ พี่เขาบอกว่ายังไม่ต้องเปลี่ยน เหมือนนามสกุลกรไปค้ำเจริญราษฎร์เอาไว้ ก็จะได้ซัพพอร์ชกันไป เดี๋ยวรอมีลูกค่อยมาว่ากันอีกที ว่าจะเปลี่ยนหรือเปล่า ตอนนี้เรายังเป็นนางสาวอยู่ค่ะ เดี๋ยวรอมีน้องแล้วค่อยว่ากัน

งานแต่ง มีแพลนยังไง

เป้ :จริงๆ แพลนไว้ว่าเป็นต้นปีหน้า แต่ว่ามะม๊าไปดูดวงมาอีกแล้ว

น้องกร :  ที่บ้านเป็นคนจีน ก็จะค่อนข้างถือเรื่องปีชง แล้วปีหน้า รู้สึกว่า ใครสักคนหนึ่งจะชง ก็เลยดูไว้ว่าจะเป็นปลายปีนี้

เป้ :ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับงานของเราด้วย เงินในกระเป๋าด้วย ถ้าพี่ๆอยากให้งานสวยๆถ้ามีโอกาสได้ร่วมกันทุกๆท่าน ได้รูปสวยๆมา ก็ฝากโปรโมตหน่อย ให้เราได้ดังๆ ให้มีเงินมา ให้ทีงานเยอะๆนะครับ(หัวเราะ) มีค่าสินสอดเยอะๆ มีโรงแรมสวยๆครับ

รายละเอียดยังไม่ได้แพลนอะไร

เป้ :แค่คร่าวๆ เราอยากให้มันถูกต้องตามประเพณี ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องเเป็นห่วง ทั้งฝั่งผู้ชาย และฝั่งผู้หญิงด้วยอยากจะให้ทั้งคู่รู้สึกสบายใจ ที่เราจะได้ดูแลกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ น่าจะมีแพลนไว้ แต่ก็น่าจะเป็นคร่าวๆก่อน ที่คิดไว้คือปลายปี แต่ไม่อยากจะรับปากไว้ เผื่อวันหนึ่งมันต้องเคลื่อน เดี๋ยวจะกลายเป็นผิดคำพูดครับ

แสดงรอแต่ง ค่อยมีน้อง

เป้ :อยากให้เป็นแบบนั้น เราเป็นคนไทยก็อยากให้ถูกต้องนิดนึงครับ

ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้ชีวิตแบบสามี ภรรยากัน

เป้ :เพิ่งเริ่มครับ แต่ก่อนมีถ่ายรายการ มีแวบๆไปกันบ้าง ส่วนตอนนี้ก็ใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาครับ

เป็นยังไง ได้มาใช้สถานะสามีภรรยา

เป้ :ผมรู้สึกว่า บ้านดูเป็นบ้านมากขึ้น ดูเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ มีความอบอุ่นมากขึ้น ปละเวลาทำอะไรมีคนช่วยคิดเวลาทำผิดพลาดก็มีคนช่วยติ ช่วยเตือน ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะอาจจะเรียกว่าชีวิตคู่มังครับ

กรต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง

น้องกร :ก็ไม่ได้รู้สึกเกร็ง หรือปรับอะไรเยอะ เป็นตัวเองมากที่สุด ตรงไหนที่อยากจะปรับ หรืออยากจะให้เขาปรับ ก็บอกกัน เตือนกัน ดูไปเรื่อยๆ

อะไรในตัวเป้ ที่กรทำให้เปลี่ยนไป

เป้ :โห เยอะมาก

น้องกร :เยอะมาก เหมือนเป็นนิวเวอร์ชั่นของเขาเลย

เป้ :ผมรู้สึกใจเย็นลงมากๆ มองถึงอนาคตมากขึ้น มีแผนในทุกเรื่องมากขึ้น รู้สึกว่าใข้ชีวิตทุกวันแบบปลอดภัยมากขึ้น เพราะรู้สึกว่ามีใครที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นแล้ว นอกจากคุณพ่อคุณแม่ เราทำทุกอย่างเพื่อคาอบครัว และเพื่อเขาอีกคนหนึ่ง อีกไม่นานเราก็ต้องทำเพื่อตัวเล็กของเรา ก็เลยทำให้การใช้ชีวิตของเราปลอดภัยมากขึ้น และเลิกหลายเรื่องมาก เหล้า บุหรี่ ปาร์ตี้น้อยลงมาก ตอนนี้ทำงานเยอะขึ้น ออกกำลังกาย ใช่ครับ ออกกำลังกายเยอะมาก รักชีวิตตัวเองมากขึ้น อยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปนานๆ

เรียกว่าถอดเขี้ยวเล็บจากเมื่อก่อน

เป้ :จริงๆ เป็นแมวมานานแล้ว อาจจะมีข่วนบ้างเป็นรอย แต่ก็เป็นธรรมดา นิดหน่อย

วันนั้นที่ขอเขา พูดอะไรกับเขา

เป้ :สวัสดีครับ คุณกรครับ one wish ของคุณครับ ถ้าขอได้อย่างหนึ่งจะขออะไร

น้องกร :ขอให้มีความสุขในทุกๆวัน ไปเรื่อยๆ

เป้ :เเค่นี้เองหรือ แล้วรู้มั้ยว่าไอ อยากจะขออะไร ขอแต่งงานกันได้ไหม ประมาณนี้เลยครับ เรียบง่าย

อย่างกร เขาเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อเราขนาดนี้ รู้สึกยังไงบ้าง

น้องกร :ดีใจนะคะ เราก็ไม่ต้องหนักใจกับเรื่องอะไรเยอะ อีกอย่างหนึ่งทำให้กรมั่นใจในตัวเขาได้เร็ว รู้สึกปลอดภัยอยู่ด้วยรู้สึกมั่นคงในชีวิตคู่ เราไปโฟกัสเรื่องการทำงาน การสร้างครอบครัวแบบนั่นมากกว่า

มีเรื่องอยากบอกเขาไหม

น้องกร :ตอนนี้ไม่มีเลย ทุกอย่างตอนนี้ที่เป็นพี่เป้โอเคแล้ว ขอให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆอย่างนี้ จะได้เป็นพ่อที่ดีของลูกในอนาคต

เป้หล่ะ อยากบอกอะไรน้องไหม

เป้ :จริงๆแล้วคำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ แต่สุดท้ายการกระทำต้องนำด้วยคำพูด ผมจะพูดไว้ตรงนี้แล้วกัน ว่าผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ และอบอุ่นเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ในลักษณะหัวหน้าครอบครัวที่ดีให้ได้ครับ

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here