-- โฆษณา --

เป็นอีกหนึ่งเน็ตไอดอลในตำนานที่ก่อนหน้านี้มีกระแสด้านลบให้ชาวเน็ตได้ตำหนิอยู่ตลอด แต่ล่าสุดเธอคนนี้ “ฟลุ๊ค กะล่อน หรือ นาย ธรรณพ แสงโอสถ” เจ้าของช่องยูทูป “โลกของคนมีหนวด” ซึ่งมียอดติดตามกว่า 8 แสนคน เผยกับทีมข่าว GREAT STARS ว่าชีวิตพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือเพียงเพราะจุดหนึ่งของชีวิตรู้สึกว่าอยากมีคนชมบ้าง จึงลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตัวเองในทุกๆด้าน จนตอนนี้กระแสเชิงบวกของเธอกลายเป็นที่ยอมรับในหมู่กว้างมากขึ้น พร้อมทั้งหน้าที่การงานที่โตขึ้น เธอยังบอกอีกว่าอนาคตตั้งเป้าอยากจะเป็นนางแบบข้ามเพศของประเทศไทยให้ได้ เรื่องงานว่าปังแล้ว เรื่องรักที่หลายคนเห็นผ่านสื่อกับแฟนหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม บางคนอาจจะคิดว่ารักของคู่นี้เป็นความรักปลอมๆ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าภาพที่ออกไปอาจจะดูแบบนั้นแต่ด้วยความที่ตนเติบโตมาในสังคมที่ไม่ได้บอกรักกันเป็นเรื่องปกติ จึงทำให้การแสดงออกเรื่องความรักเป็นเรื่องไกลตัว นอกจากนี้ยังเล่าถึงความฝันเล็กๆกับชีวิตในโมเมนต์งานแต่งริมชายหาดกับแฟนหนุ่มอีกด้วย

กระแสรุ่งมากๆ เปลี่ยนไปจากก่อนเยอะมากมีจุดไหนที่ทำให้เราอยากจะเปลี่ยนตัวเอง?
“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเด็กเราคิดแค่ว่าทำยังไงให้คนมาสนใจเรา ให้ได้ไลค์ ให้คนติดตามเยอะเยอะซึ่งเราไม่ได้คิดว่าต้องทำดีหรือว่าต้องทำอะไร คิดแค่ว่าทำอะไรก็ได้ให้คนมาไลท์ในทางที่แย่หรือคนจะด่าก็ตาม จนมาถึงจุดหนึ่งที่เราโดนด่ามาตลอดเป็นปีๆ เราก็มาคิดว่าเราไม่อยากให้คนมาชมบ้างหรอ เราก็เลยนั่งคุยกับแฟน เขาก็อยากให้เราเปลี่ยน ไว้ผมยาว ทำตัวให้มันดีขึ้นเราชอบแต่งหน้าก็แต่งหน้าไปให้สุด ฝึกจนออกมาดี ก็มีคนมาชมว่าเรามีความสามารถนะ ไม่ใช่แค่ทำตัวแปลกๆไปวันๆ”

ก่อนหน้านี้ฟีดแบคไปในทางที่ลบมากมันบั่นทอนเราบ้างไหม?
“ต้องบอกว่าหนูโดนด่าแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เล่นโซเชียล เราก็ไม่อ่านเลยไม่รู้สึก เราจะอ่านแค่คนที่เข้ามาสอนมาติเพื่อเราจะนำไปปรับปรุง ก็เลยไม่จมฟีดแบคตรงนั้น”

ตอนนี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยไหม?
“หนู้ร้องไห้กับเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งมาก โดนด่าไม่เคยร้องไห้ แต่โดนชมจะร้องไห้บ่อยมาก เพราะเราไม่เคยโดนชนมาก่อนเพราะเราโดนชมเราก็เลยจะรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เราทำถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เห็นผลเลยเหมือนตอนที่เราทำไม่ดี แต่มันจะใช้เวลาพิสูจน์ว่าเรามีความสามารถ ตั้งใจทำคลิปและอยากแบ่งปันให้คนดูทุกคนเห็นว่าเราไม่ได้ทำตัวแปลกๆไปวันๆ เรามีความสามารถดีๆที่อยากแบ่งปันให้กับคนอื่น”

ได้ตั้งเป้าหมายในการทำอาชีพตรงนี้ไว้ไหม?
“แต่ก่อนหนูอยากเป็นช่างแต่งหน้า แต่พอเรามาอยู่ตรงนี้เราไม่มีเวลาไปรับงานแต่งหน้าได้ เราก็ทำได้แค่แต่งหน้าฝึกแต่งหน้าทุกวัน เราก็จะไม่หยุดอยู่กับที่ เราก็ฝึกเทคนิคใหม่ๆแล้วเอามาสอนคนดูไปเรื่อยๆ และอีกเรื่องหนึ่งที่เราตั้งใจนั่นก็คือเรื่องการเดินแบบการเป็นโมเดล ต้องขอบคุณงานที่เข้ามาเยอะและก็เรื่อยๆ เป้าหมายชีวิตอีกอย่างหนึ่งก็คืออยากเป็นนางแบบที่เป็นทรานส์ของประเทศไทย”

ตอนนี้ก็เหมือนว่ากำลังเริ่มต้นทำสิ่งนั้นอยู่?
“ใช่ ก็ไปได้ดีค่ะ”

ครั้งแรกที่เราได้ขึ้นไปเหยียบรันเวย์ โอกาสมาจากไหน?
“มีคนติดต่อมาให้เราไปแคส ตอนแรกเราเลือกที่จะไม่ไปเพราะว่าเราเคยไปแล้วครั้งหนึ่งเราโดนเมิน ไม่มีการตอบกลับมาว่าได้หรือไม่ได้ เค้าหายไปเลยทำให้เราจำฝังใจมากว่าเราชอบเดินแบบแต่เราแปลกและไม่เหมือนใครพอเราไปแคสแล้วเค้าอาจจะไม่สนใจหรือเปล่า ไม่ชอบ หรือทำให้คนมองว่าการที่เราไปพรีเซนต์ชุดเขามันดูไม่โอเค พ่อมีแบรนด์หนึ่งของงานแอลแฟชั่นวีคติดต่อมา เราก็คิดว่าไม่ไปดีกว่าเดี๋ยวก็โดนเมินอีก จนสุดท้ายแฟนบอกว่าลองไปดู ครอบครัวบอกว่าลองไปดู ไม่เสียหายถ้าได้ก็เป็นกำไรของเรา เราไปก็ทำเต็มที่ ลองใส่ชุด ลองเดิน ไม่กี่วันเค้าก็ตอบเรามา เค้าบอกว่าเค้าชอบเรามากตรงกับชุดที่เขาต้องการให้เราใส่”

มีงานต่อเนื่องเลย?
“มีเรื่อยๆ”

มีโอกาสโกอินเตอร์ไหม?
“อันนั้นหนูก็ยังไม่รู้ หนูอยากทำในประเทศไทยก่อน ก็ยังมีติดต่อมาเรื่อยๆ ส่วนเรื่องโกอินเตอร์น่าจะยากสำหรับหนู แต่ถามว่าอยากไหมก็อยากมันก็เป็นเป้าหมายสำหรับหนู แต่หนูอาจจะไม่ได้ภาษาแต่ตอนนี้หนูก็เรียนเพิ่มเติมอยู่ เพราะมันก็มีทั้งโมเดลลิงต่างประเทศที่เข้ามาคุยแต่ว่าเราไม่ได้ภาษาก็เลยไม่ได้ตอบตกลงไป”

ตอนนี้ยังมีฟีดแบคด้านลบอยู่บ้างไหม?
“หนูไม่เห็นแล้วนะคะ หรือเห็นแต่หนูไม่ได้อ่านเพราะว่าหนูจะเลือกอ่านเฉพาะอันที่มันให้พลังงานบวกกับเรา น้อยลงเยอะมาก”

กำลังใจดีน่าจะมาจากคนใกล้?
“คนรอบข้างหมดเลยค่ะ ทั้งผู้จัดการ พ่อแม่ แฟน เพื่อนทุกคน”

ทำคอนเทนท์กับแฟนบ่อยช่วยกันคิดหรือว่าคิดเอง?
“ช่วยกันหาเงินค่ะ”

มีคิดไว้บ้างไหมว่าอยากจะแต่งงาน?
“หนูอะคิดไว้ตั้งนานแล้ว ด้วยความรักและอยากแต่งงานแต่ว่าด้วยอะไรหลายๆอย่างมันยังไม่พร้อม แล้วก็ที่ไทยมันยังไม่ได้เปิดกว้างขนาดนั้น เราอยากจะจัดงานเล็กๆริมทะเล เบาๆ กับเพื่อนสนิทแบบส่วนตัว คิดไว้เหมือนกันแต่ว่ายังไม่ได้ตกลงกันจริงจังแค่แพลนไว้ในหัว”

มีการได้คุยกัน 2 คนหรือยัง?
“เค้าก็กลัวว่าจะมีผลด้านลบ เขาก็ยังเด็กด้วย เราก็จะเออออห่อหมกไปฝั่งเดียว เขาก็จะออๆอย่างเดียว แต่ว่าเราจะจริงจังกว่า”

ครอบครัวทั้งสองฝ่ายโอเคกับความรักครั้งนี้ไหม?
“โอเคค่ะโอเค ทั้งครอบครัวเขาและครอบครัวเราก็สนับสนุนกันตลอด พ่อเค้าก็มาที่บ้านมาเล่นอะไรด้วยกันตลอด”

อะไรถึงทำให้รักกันมาถึงขนาดนี้ กี่ปีแล้ว?
“รู้จักกันมา 2 ปี คบกันมา 4 ปี อยู่ด้วยกันมาก็รวม 6 ปี”

อะไรทำให้เรารักกันได้นานขนาดนี้?
“หนูรู้สึกว่าหนูเป็นคนที่ไม่แสดงความรักเลย เพราะว่าหนูดูพ่อกับแม่ตั้งแต่หนูจำความได้ก็ไม่เคยเห็นพ่อกับแม่บอกรักกันเลย ไม่เคยเห็นเค้ากอดจูบกันเลยว่าเค้าแอบทำ เราก็ไม่รู้ เห็นว่าเค้าก็รักกันนาน ผู้ใหญ่ที่เขาคบกัน คบกันที่การใช้ชีวิตปกติ ใส่ใจอะไรกันมากกว่า หนูกับแฟนก็เลยใช้ชีวิตแบบนั้น ตื่นมาเจอกัน กินข้าวพร้อมกันแต่ไม่ได้มีโมเมนต์ที่บอกว่ารักนะ เดินจับมือ ไม่มีเลย ด้วยความที่เราโตแล้วเราก็จำมาจากพ่อแม่เรามีปัญหาด้วยกันแล้วก็เคลียร์เลย ไม่ให้ค้างคาเด็ดขาด”

ก่อนหน้านี้มันก็จะมีคอมเม้นต์ว่าคู่ของเราไม่ได้รักกันจริงเป็นแค่การตลาด?
“คนที่มองมามันก็จะคิดแบบนั้นเลย เพราะว่าเราไปดูคลิปเราก็จะคิดแบบนั้น ซึ่งคนใกล้ตัวก็จะรู้ว่าตั้งแต่วันแผนที่เราคบกันเราไม่เคยบอกรักกันเลย หรือไม่เคยกอดจูบ น้อยมาก ไม่ค่อยแสดงออกความรัก แต่จะค่อยเป็นห่วงกันอยู่ห่างๆ เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง”

ทุกอย่างไปได้สวยทั้งเรื่องงานเรื่องรัก?
“ก็ดีค่ะ (หัวเราะ)”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here