“คอปเตอร์” แซวหนัก “คิมม่อน” ได้รู้รสการโดนเข้าข้างหลัง!

-- โฆษณา --

เรียกว่าเอาใจแฟนๆได้ทุกเทศกาลจริงๆสำหรับ 5 หนุ่ม SBFIVE บอยแบนด์ไทยที่ครองใจได้หลายๆคนมาตลอด รวมถึงเมื่อช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาด้วย แน่นอนว่าหลายคนคงจะเห็นมุมน่ารักๆของพวกเขากับวง TRINITY บนเวที ซึ่งหาดูได้ยากมากๆ “คิมม่อน” และ “คอปเตอร์” ก็บอกว่าจริงๆก่อนหน้านี้เด็กๆทั้งสองวงเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งยังเน้นย้ำอีกว่าคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนกันของทั้ง 2 วง พร้อมอัพเดตอาการภูมิแพ้ของน้องคอปเตอร์ว่าเป็นมาตั้งแต่เด็กจนชินแล้ว ฝั่งของหนุ่มคิมม่อนก็มีผลงานด้านภาพยนตร์และละครให้พูดถึงอีกด้วย แต่ความน่ารักอยู่ที่การแซวกันไปแซวกันมาของทั้งคู่ ดูแล้วจะเขินขนาดไหนไปดูจ้า

ปีใหม่ที่ผ่านมาแฟนๆหลายคนก็ได้เคาท์ดาวน์พร้อมกันกับพวกเขาด้วย?
คิมม่อน : “เราได้ไปเคาท์ดาวน์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ถือว่าเป็นที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วก็อลังการที่สุดติดระดับโลกเลย ซึ่งเซ็นทรัลเวิลด์รวมกับเอไอเอส “
คอปเตอร์ : “ขอบคุณที่ให้โอกาส SBFIVE ในการส่งมอบความสุขให้กับคนที่มารอเคาท์ดาวน์ทุกคนเลย”
คิมม่อน : “เป็นการตอบแทนแฟนๆที่รักเรามาตลอดทั้งปี ในวินาทีสุดท้ายของปีเก่า ก็ได้อยู่กับเขาแล้วก็ได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยกัน มีความสุข เติมเต็มพลังในการเดินต่อไป มีความสุขมากๆเลย ปีหน้าเองเราก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เราก็มีซีรีส์ด้วยกันเรื่องแรกในรอบ 2 ปี ในที่สุดเราก็ได้เป็นพระเอกกันแล้ว”
คอปเตอร์ : “พี่เป็นพระเอก”
คิมม่อน : “ซึ่งรางวัลก็เป็นซีรีส์เรื่องนี้นะครับ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับทุกคนในปีนี้ครับ”

แฟนคลับเค้าก็บอกว่าเรามีมุมน่ารักกับ “TRINITY” ด้วย?
คิมม่อน : “อ่อ ช่วงปีใหม่”
คอปเตอร์ : “ใช่ครับ จริงๆแล้วพวกเราก็รู้จักกันมานานแล้วนะครับ สำหรับตัวเด็กเองนะครับ เราก็รู้จักกันมานาน สนิทกันอยู่แล้ว ไม่ได้แค่ในเชิงของวงการ อย่างผมก็จะรู้จักกับทั้งทางปอร์เช่หรือว่าเติร์ดเอง สมัยก่อนก็เรียนร้องเพลงเรียนเต้นด้วยกัน แล้วก็มาเจอกันอีกทีก็คือพวกเขาทำโปรเจ็ค nine by nine”
คิมม่อน : “ครับก็หลายๆคนก็สนิทกันหมด จริงๆแล้วเราเคยไปเข้าห้องซ้อมด้วยกันด้วย การสนิทกันมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าทุกคนอาจจะไม่ค่อยได้ก็เห็น เพราะว่าบางทีเราก็ไม่ค่อยมีงานด้วยกัน”

หลายคนเขาก็บอกว่าก่อนหน้านี้เหมือรเป็นคู่แข่งกัน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ใช่ไหม?
คิมม่อน : “โอ้ย! ผมว่าจริงๆแล้วมันคนละสไตล์นะใช่ครับคนละสไตล์ บางทีคำว่าบอยแบนอยากไปนิยามว่ามันคือแบบเดียวกัน มันมีหลายแบบ อย่างเพราะเรา จุดยืนของเราชัดเจนก็คือเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เป็นตลกที่ร้องเพลงได้ แฟนๆเค้าก็บอกว่าเราเป็นตลกที่ร้องเพลงได้ แต่ว่าพวกเรานิยามตัวเองว่าเราคือเอนเตอร์เทนเนอร์ที่ดี เราเป็นวงที่สร้างความสุข ใกล้ชิด เข้าถึงง่ายอย่าง”
คอปเตอร์ : “ทางโน้นเองเค้าก็จะเน้น Performance ”
คิมม่อน : “เท่ๆคูลๆ”
คอปเตอร์ : “ซึ่งเราก็ชื่นชมเขาตลอด ว่าพวกเขาเก่งมากเลย เป็นวงที่สร้างมาตรฐานใหม่ๆให้กับวงการบอยแบนด์”

คอปเตอร์จะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวใช่ไหม?
คอปเตอร์ : “คือจริงๆผมหลอกครับ ผมหลอกให้คนซื้อบัตรมาเฉยๆ ผมก็จะให้พวกเขาขึ้นไปร้องเพลงแล้วผมก็จะนั่งดู…ผมล้อเล่น เป็นคอนเสิร์ตวันเกิดครับ คือปกติก็จะเป็นแฟนมิตติ้ง ก็รู้สึกว่าปีนี้เราเบื่อความเป็นมีตติ้งแล้ว ก็เลยอยากจะโชว์สิ่งที่เราอยากจะโชว์ อยากจะทำให้อยู่ในงานนี้ ก็เลยคิดว่าจะเป็นรูปแบบของมินิคอนเสิร์ตดีกว่า ก็เป็นครั้งแรกที่ทำเหมือนกัน ยังงงๆอยู่เลยครับ ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ผมก็ใหม่ ผมก็ต้องมาจัดเอง ตื่นเต้นอยู่”

ความพิเศษที่จะมามอบให้แฟนๆ?
คอปเตอร์ : “อาจจะเป็นรูปแบบครับผม แล้วก็เป็น performance ของผมเอง เพราะว่าจริงๆแล้วหลายงานเราก็ไม่ได้ performance ในสิ่งที่เราอยากจะ performance อย่างเต็มที่ ปีนี้ก็เลยคิดว่าจะทำเป็น performance ที่เราอยากทำเลย เพราะว่าเชิญพี่พี่มาเป็นแขกด้วยก็คือทำเป็นคอนเสิร์ตเลย”

คอปเตอร์ก็คือเป็นภูมิแพ้อยู่ด้วย?
คอปเตอร์ : “ผมจะแพ้เรื่องของฝุ่น แพ้ในเรื่องของผิว แพ้อาหารการกิน ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าแพ้อะไร แต่ว่าลองสังเกตหลังๆดูน่าจะเป็นอาหารทะเล แต่ว่าก็ต้องไปหาดูเหมือนกันครับที่ผมแพ้แพ้อะไร จริงๆไม่ต้องเป็นห่วง มันก็จะเป็นลมพิษทั้งตัวแล้วก็คันอยู่แป๊บเดียวแล้วก็หาย จริงๆแล้วผมเป็นแต่เด็กจนชินอยู่แล้ว”

เคยเป็นจนถึงแอดมิดไหม?
คอปเตอร์ : “ไม่ขนาดนั้นครับ ผมเป็นผมก็นั่งหัวเราะกับตัวเองว่าตุ่มอะไรขึ้นเต็มตัว ฮ่าๆๆ เป็นจนชิน”
คิมม่อน : “ขี้โรค”
คอปเตอร์ : “ไม่! เป็นแค่ภูมิแพ้ โรคอื่นไม่ได้เป็น”

เห็นมีเล่นหนังด้วย เป็นยังไงบ้าง?
คิมม่อน : “ไปถ่ายมาแล้วครับ ไปถ่ายมาหลายคิวแล้ว เรื่องพจมานสว่างคาตา ก็เป็นหนังของพี่พจน์ อานนท์ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพจมานกับบ้านทรายทองในเวอร์ชั่นใหม่ เค้าบอกว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับนิยายเลย มันจะไม่เหมือนกันเลย ได้พี่แพนเค้กเป็นนางเอก”

เป็นคอมมาดี้ด้วย?
คิมม่อน : “คอมมาดี้จ๋าเลยครับ จ๋ามากๆ จริงๆเคยเล่นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าการเล่นเป็นภาพยนตร์แล้วก็ทำงานกับพี่พจน์ อานนท์ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่มีสคริปต์ เข้าไปถึงไปรับหน้างาน แล้วก็ถ่าย มันเป็นความท้าทายมาก ตอนแรกผมก็ท้อบ่นว่ายากเหมือนกัน แต่ก็ได้พี่โก๊ะตี๋มาช่วย บอกว่าตั้งไจทำไปนะภาพยนตร์มีคุณค่านะ อย่างละครคนดูได้ฟรี แต่ว่าถ้าเป็นหนังคนต้องเสียตังค์นะ มันคลาสสิคมาก ตั้งแต่เกิดเราผ่านไปได้ ก็จะทำได้ทุกอย่างแล้ว”
คอปเตอร์ : (ปาดน้ำตา) “น้ำตาไหล”

ตื่นเต้นไหม?
คิมม่อน : “ตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นมากที่สุดเลยครับ คือผมตั้งเป้าในวงการบันเทิงไว้ว่า ผมจะทำอะไรผมจะทำไปให้มันสุดทุกทางให้ได้แล้วเวลาที่มันสำเร็จอะไรที่เป็นอย่างแรก อย่างเช่นภาพยนตร์เรื่องแรกเราก็จะรู้สึกดีใจกับมัน มีความสุขกับมัน”

“โซ่เวรี” กำลังอยู่ในช่วงถ่ายทำด้วย?
คิมม่อน : “ใช่ครับ ถ่ายทำสลับสัปดาห์เว้นสัปดาห์ โซ่เวรีก็ยังถ่ายอยู่เรื่อยๆ”

บทบาทครั้งนี้ก็เข้าคู่กับผู้ชายอีกแล้ว?
คอปเตอร์ : “ใช่พี่คิมจะโดนเข้าข้างหลังครับ”
คิมม่อน : “จริงๆมันก็ไม่ใช่อีกแล้วหรอกครับ อย่างเรื่องที่ผมเล่นกับคอป”
คอปเตอร์ : “ทำไมต้องคอป(เน้นเสียง)”
คิมม่อน : “ที่เราเล่นกับคอปเตอร์มันก็เป็นเชิงประมาณว่าเป็นนักเรียน นักศึกษา แล้วเรื่องนี้มันเป็นหนังสะท้อนสังคมเชิงเพศ ซึ่งมันค่อนข้างที่จะชัดเจนเรื่องเพศมากกว่า ก็ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกเยอะ ใช้คำว่าอีกแล้วไม่ได้ ผมว่ามันแปลกใหม่เหมือนกัน เราดีใจที่ได้เล่นเรื่องนี้เพราะว่าได้ลองบทใหม่ๆ”
คอปเตอร์ : “ใช่ ผมก็ดีใจที่พี่คิมได้รับรู้ความรู้สึกการโดนเข้าข้างหลัง”
คิมม่อน : “คุณ! บ้า ทะลึ่งตึงตัง”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here