“ยิปซี” คาดปลายปีหน้าแต่ง เผย “นิโคลัส” ความทรงจำดีขึ้น 90 %

-- โฆษณา --

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่ที่หลายคนรอคอยงานแต่งงานอย่างใจจดใจจ่อหลังมีการ surprise คุกเข่าขอแต่งงานกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับนักแสดงสาวหุ่นแซ่บ “ยิปซี กีรติ” กับแฟนหนุ่มตาน้ำข้าว “นิโคลัส” ล่าสุดเจ้าตัวก็มาเปิดงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินแบล็คมอร์ส พร้อมอัพเดทงานแต่งงานว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีแพลนทำอะไรเลยเพราะตอนถูกขอแต่งงานเป็นอะไรที่สุดไพรส์มากบวกกับหลังจากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุกับนิโคลัสทำให้สูญเสียความทรงจำบางส่วนไป จนตอนนี้ความทรงจำของนิโคลัสก็กลับมา 90% แล้วเหลือเพียงแค่ร่างกายที่อาจจะมีอาการเจ็บปวดอยู่บ้าง

แพลนแต่งงานไปถึงไหนแล้ว?
“วันที่มีการขอแต่งงาน มันเป็นเซอร์ไพรส์มากๆ เราไม่ได้แพลนก่อน ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นปลายปีหน้า ไม่รีบ ด้วยความที่เซอร์ไพรส์มากๆ ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เราเลยไม่ซีเรียสอยู่แล้ว เหมือนจองตัวไว้ก่อน แต่เรื่องการวางแผนการแต่งงานตอนนี้ ไม่มีเลย”

ย้อนกลับไปโมเมนต์ตอนนั้นรู้สึกยังไง ?
“เรียกว่าเซอร์ไพรส์และตกใจมาก โรแมนติกในแบบของเขา มีเตรียมของให้เรา เปิดมาก็มีแหวนอยู่ เราก็ตอบตกลง ถามว่าอะไรทำให้เรามั่นใจ  ไม่รู้ค่ะ กับคนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็ค่อนข้างรู้สึกไม่เหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าเข้ากับเขาได้ รู้สึกว่าเขารักเรา แล้วก็ดูแลเราดี แล้วเขาก็ให้เกียรติเรา รวมถึงครอบครัวเราด้วย คบกันมาหนึ่งปี”

คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง ?
“ทุกๆการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่ก็ช่วยดูแลและสนับสนุน แต่ตอนนั้นก็ตกใจเหมือนกันพร้อมลูกเลย แต่ท่านก็อวยพร ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยอวยพร ไม่มีใครคิดว่ายิปจะมีโมเมนต์แต่งงาน ตัวยิปก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน เมื่อก่อนรู้สึกว่าไม่ต้องแต่งก็ได้ ไม่ได้อยากแต่งงานแล้วก็ไม่อยากมีลูก”

 1 ปีที่ผ่านมาเพียงพอกับการเรียนรู้กันไหม ?
“คือเวลามันไม่เกี่ยว เรารู้สึกว่าเขารู้จักเรา ในความเป็นเรา แล้วก็รับได้ทุกอย่างที่เราเป็น แล้วเขาก็รักในสิ่งที่เราเป็นจริงๆ”

ก่อนหน้านั้นมีช่วงที่เขาต้องรักษาตัวด้วย ?
“อาจจะเป็นช่วงนั้นด้วยค่ะ เหตุการณ์ที่เขาประสบอุบัติเหตุ แล้วก็เข้าโรงพยาบาล แล้วเหมือนสูญเสียความจำไปช่วงหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นอะไรที่เป็นอุปสรรคใหญ่ๆอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เราเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเยอะขึ้นด้วย”

ช่วงนั้นรู้สึกยังไงที่แฟนความทรงจำหายไป ?
“ รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในคลับฟรายเดย์เลยค่ะ แต่ก็รู้สึกดีใจที่เราผ่านตรงนั้นมาได้ เรารู้สึกว่าเราโตขึ้น เราจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้มากขึ้น แล้วเราอยากทำให้มันดี  ยิปว่าอะไรที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผล เราแค่ทำสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ให้มันดีที่สุด แล้วก็ดูแลมันประคับประคองให้มันดีไปเรื่อยๆ แต่กับคนนี้เราก็ตั้งใจทำให้มันดีแล้วก็สวยงามอยู่แล้ว “

1 ปีที่ผ่านมาเขามีอะไรที่เปลี่ยนไปหรือเซอร์ไพรส์เราบ้างไหม ที่ทำให้เรารู้สึกว่าคนนี้แหละ ?
“เขาดีมาตั้งแต่ต้นนะคะ เหมือนกับเราประทับใจในสิ่งที่เขาเป็น มันไม่ใช่แค่โปรโมชั่น คือตอนนี้เขาก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ ยังรักเรา ดูแลเรา ให้เกียรติเรา ให้เกียรติคนที่เรารัก ให้เกียรติครอบครัวเราค่ะ”

เรื่องงานแต่งเราเริ่มนับ 1 หรือยัง วางแพลนหรือยัง ?
“ยังค่ะ คือเอาจริงๆยิปไม่ได้ซีเรียสด้วยซ้ำว่าต้องมีการแต่งงานไหม สำหรับยิปคนที่เป็นคู่ชีวิตกัน การแต่งงงานมันแค่พิธี สำหรับยิปนะ แต่ถ้าอยากจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แต่พอมันมีการขอเหืดขึ้น และด้วยความรู้สึกเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะปฏิเสธเขา เราไม่ได้รู้สึกว่าเราจะเซย์โน เลยโอเค งานแต่งงานเป็นแบบเล็กๆ  อบอุ่น ยิปไม่ใช่สายจัดปาร์ตี้ ชวนคนเยอะๆ คือคงเป็นกันเองมากๆ งานเล็กมากๆ สไตล์ฝรั่งค่ะ ครอบครัวสองครอบครัวประมาณนั้น”

 งานหมั้นที่ผ่านมายังไม่ได้เจอครอบครัวเขา ?
“ไม่ใช่ค่ะ ยังไม่มีงานหมั้นด้วยซ้ำค่ะ คือขอก็เป็นการการขอกันเองสองคน แล้วจากนั้นก็มาบอกทางผู้ใหญ่”

มองภาพตัวเองหลังแต่งงานไว้ยังไงบ้าง ?
“ยังไม่รู้เลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่คิดเหมือนกันว่าอยู่ดีๆจะมีวันนี้

ต้องดูฤกษ์งามยามดีไหม?
“เรื่องฤกษ์ยามคงไม่ได้ดู เพราะด้วยความที่เขาเป็นต่างชาติด้วย ตัวยิปก็ค่อนข้างชิวอยู่แล้ว เอาตามความสบายใจ ตามความสะดวกกันเลยค่ะ พร้อมเมื่อไหร่ก็มาแจ้งกัน”

ทางครอบครัวเราก็ต้อนรับเขาตั้งแต่แรกที่คบกัน ?
“ค่อนข้างเป็นแบบนั้นนะคะ เหมือนเขาน่ารักกับคุณพ่อ คุณแม่ยิปมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่คบกันเลยด้วยซ้ำ เรารู้สึกว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่ที่เขายังไม่คบเรา และหลังจากนั้นเขาก็ยังน่ารักกับพ่อแม่เราอยู่ ซึ่งเราชอบ”

ช่วงที่เขาป่วยแอบกังวลไหมว่าความจำเขาจะกลับมาไหม ?
“ช่วงที่ป่วยกังวลมาก กังวลไปหมดค่ะ เพราะทางคุณหมอก็บอกว่าให้เตรียมใจไว้เลยว่าเขาอาจจะจำไม่ได้ หรืออาจะกลับมาแล้วเป็นคนละคนไปเลยค่ะ ตอนนั้นพยายามปิดเงียบที่สุดค่ะ แต่ก็ไปทำงานปกติ แต่ก็ไม่ค่อยปกติ ก็แย่ สภาพจิตใจก็แย่ แต่อพไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราเต็มที่และทำดีที่สุดแล้ว ส่วนตอนนี้อาการเขาดีขึ้นมากๆค่ะในเรื่องของความจำ ประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่อาจจะมีการเจ็บตามร่างกายมากกว่าค่ะ”

ต้องระวังอะไรอีกไหม 
“จริงๆการเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ยิปว่ามันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับเราทั้งคู่นะคะ มันทำให้เขาโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและระวังมากขึ้นด้วยค่ะ คิดเยอะขึ้น ซึ่งในเรื่องร้ายๆก็มีเรื่องที่ดีเกิดขึ้น”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here