“โอม” เผยรัก ”พัคจูฮี” 3 ปีลงตัว รับคิดสร้างอนาคตร่วมกัน

-- โฆษณา --

คบหาดูใจกับสาวเกาหลีนามว่า “พัคจูฮี” มาได้ 3 ปีแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม “โอม อัชชา” ที่เจ้าตัวการันตีว่าถึงจะไกลกันก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องรัก แถมยังแอบคิดเรื่องแต่งงานไว้บ้างแล้ว โดยหนุ่ม “โอม” เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

ร่วมงานกับช่อง 8 ครั้งแรกเป็นไงบ้าง
“ตื่นเต้นครับ ได้เจอนักแสดงหลายๆ ท่าน ที่เราไม่เคยได้ร่วมงานด้วย แล้วเรื่องนี้ก็ค่อนข้างยากสำหรับผม เพราะต้องอู้กำเมืองด้วย แล้วยังมีพาร์ทอดีตต้องแต่งชุดพีเรียด แล้วก็เป็นแวมไพร์ ผีดิบด้วย”

เป็นทีมงานใหม่หมดเลย
“ใช่ครับ”

ต้องปรับตัวไหม
“ก็คุ้นหน้ากันอยู่แล้ว แต่ไม่เคยร่วมงานกัน ก็เลยไม่ต้องปรับอะไรมาก”

ความรู้สึกต่างจากเดิมเยอะไหม
“การทำงานก็ไม่ต่างจากเดิมหรอก ถือว่าเราได้เจอนักแสดงหลายๆ ท่านที่ไม่เคยร่วมงานกันด้วย อย่างพี่ลิฟท์ พี่ณัฐเทพ หรือแม้กระทั่งตัวมิ้นต์เองที่เคยอยู่ช่อง 3 ด้วยกัน”

เหมือนเราได้ฉีกกฏของตัวเองด้วยใช่ไหม
“ด้วยความที่เป็นอิสระ ก็ได้ทำอะไรหลายอย่างมากขึ้น”

ตอนนี้มีงานติดต่อเข้ามาเยอะไหม
“เรื่อยๆ ครับ”

เป็นอิสระแล้วงานเยอะกว่าเดิม
“จริงๆ มันก็มีเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่มันได้มีอิสระทางความคิดที่จะรับงาน”

สบายใจขึ้นไหมเป็นอิสระ
“สบายใจตั้งนานแล้วนะ (ยิ้ม)​“

ต้องเป็นพระเอกเหมือนเดิมไหม
“แล้วแต่เนื้อเรื่อง ผมไม่ได้ยึดติด หรือซีเรียสอะไรเลย เพียงแต่เรื่องไหนคาแรคเตอร์ตรง และเหมาะสมก็ยินดีครับ“

มีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำเพราะติดสัญญาช่องไหม
“ไม่มีนะ เพราะเราเติบโตจากการเป็นนักแสดง ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในฐานะนักแสดงอยู่ แล้วก็ยังไม่คิดทำอะไรนอกเหนือจากเป็นนักแสดง แต่วันหน้ายังไม่รู้ครับ”

ความรักเป็นยังไงบ้าง
“ก็ดี ปกติครับ ก็ไปๆ มาๆ สลับกัน เขามาผมไป”

ระยะทางไม่ได้เป็นปัญหาเลยใช่ไหม
“พยายามจะทำให้ไม่เป็นอุปสรรค แต่ถามว่ามันเป็นไหม มันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดไปมาได้ ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ก็พยายามหาเวลาให้ลงตัว”

เขาเข้าใจไหมที่เราทำงานไม่ค่อยมีเวลา
“เข้าใจครับ”

ความถี่ในการเจอกันขนาดไหน
“เดือนละครั้ง สองครั้ง แล้วแต่โอกาส บางทีเขาก็มาบ้าง ถ้าว่างก็ไปได้ ไปเติมกำลังใจบ้าง อะไรที่ทำแล้วมีประโยชน์กับตัวเอง แล้วทำให้ตัวเองมีพลังในการทำงาน (ยิ้ม)​“

ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลยใช่ไหม
“มันมีแหละ ทุกคู่ แม้จะอยู่ใกล้กัน สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เรายังอยู่กันได้ก็คือเชื่อใจ”

เราพิสูจน์ยังไงให้เขาเชื่อใจ
“มันก็เป็นปกติแบบนี้ ทำให้เขาดู ให้เขาเห็นในทุกๆวัน ว่าเราทำอะไรบ้าง สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดก็คือการกระทำเท่านั้นเอง ว่าไม่มีอะไรที่ทำให้เขากังวล”

วัฒนธรรมเกาหลีแตกต่างกันด้วย
“มี ก็ต้องปรับ ต้องเข้าใจ บางทีเราก็ไม่เข้าใจวัฒนธรรมเขา เขาไม่เข้าใจวัฒนธรรมเรา บางอย่าง ก็ต้องเรียนรู้กันไป”

ตอนนี้ภาษาเกาหลีคล่องเลย
“ได้นิดหน่อย (ยิ้ม)​”

แล้วเขาเรียนภาษาไทยไหม
“เขาจะเรียนเพิ่มครับ มาทุกครั้งก็จะเทคคอร์สเรียนภาษาไทยทุกครั้ง แต่มาอยู่ได้แค่แป๊ปๆ ก็จะต้องกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่”

แสดงว่าคนนี้มั่นใจแน่ๆ แล้ว
“ณ ตอนนี้นะ อนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต เรามีความรักอยู่ก็ทำให้มันดีที่สุด ณ ปัจจุบัน”

เห็นภาพแม่ของลูกหรือยัง
“เห็นครับ (ยิ้ม)​ แต่ทุกอย่างเราไม่อยากคาดหวัง สมมติเราไปโฟกัสกับคนนี้ อนาคตใครจะไปรู้ แต่ก็ทำให้มันดีที่สุดในทุกวัน”

ระยะเวลาเท่าไหร่แล้ว
“2 ปี จะ 3 ปี แล้วครับ เมษาครบ 3 ปี”

4 ปีแต่งเลยไหม
“ห๊า (หัวเราะ)”

มีคิดหรือยัง
“มันคิดตั้งนานแล้วแหละ แต่การจะเติบโตมีครอบครัวจริงๆ มันต้องใช้เวลา แล้วก็มีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง ในการที่จะสร้างครอบครัวหนึ่งให้มันดี มันไม่เหมือนเด็กๆที่บอกว่าฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ พอมีคนอื่นเข้ามาก็ต้องคิดถึงเขาให้มากหน่อย”

ลึกๆ เองก็อยากแต่งงานมีลูก
“อยากมีเหมือนกัน แต่ต้องถึงเวลาที่เหมาะสม แต่บอกไม่ได้ว่าอีกกี่ปี ใครจะไปรู้”

จะมีสายฟ้าแล่บไหม
“บอกไม่ได้ครับ ใครจะไปรู้ว่าจะมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ มันก็ไม่รู้”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here