ว่าที่คุณหมอ “พินต้า” น้ำตาตก! เรียนพร้อมทำงาน

-- โฆษณา --

เป็นอีกหนึ่งเจ้าแม่ละครเวทีที่อายุน้อยที่สุดของเมืองไทยก็ว่าได้ สำหรับ “พินต้า ณัฐนิช” ที่ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ เสียงอันทรงพลังของเธอก็เอาอยู่ที่บท นอกจากจะเก่งร้องเก่งแสดงแล้ว เรื่องเรียนเธอก็ปังไม่หยุดเหมือนกัน ล่าสุดกับปีที่ 3 ของการเรียนแพทย์ เจ้าตัวบอกว่าเป็นอะไรที่หนักเอาการ ไม่ได้นอนเลยก็มี พร้อมยังอัปเดตถึงสาขาที่จะเลือกหลังเรียนจบ 6 ปีและหลังใช้ทุน ก็คงจะเป็น “หู คอ จมูก” เรียกว่าอีกไม่นานเราก็จะได้คุณหมอฝีมือดี ร้องเพลงเลิศมาอีกคนแล้วใช่มั้ยจ๊ะหนูพินต้า

3 ปีที่เรียนแพทย์มาเป็นอย่างไรบ้าง?
“การเรียนแพทย์ก็หนักค่ะ แต่ว่าอาศัยความสม่ำเสมอ ความอดทน ไม่ขยันไม่ได้ค่ะ ทุกอย่างที่เราเรียนก็เรียนเพื่อจะเอาไปใช้จริง”

เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยหนักคูณสอง ยากกว่าคนอื่นไหม?
“ช่วงที่เล่นบัลลังก์เมฆ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็คนข้างหนัก ช่วงนั้นก็ไม่ได้นอน แต่ดีที่คุณแม่คอยช่วย ไม่ได้นอนไปพร้อมๆกัน”

ส่งผลต่อสุขภาพหรือว่าการเรียนบ้างไหม?
“การเรียนมันก็ส่งผลอยู่แล้ว เพราะว่าเวลาอ่านหนังสือของเรามันก็จะไม่เท่าเพื่อน หน้าที่เรียนในห้องก็จะต้องตั้งใจฟังมากๆแล้วก็จำให้ได้เลย ที่มีเวลาว่างระหว่างซ้อมก็ต้องอ่าน”

กลัวเรื่องเกรดไหมว่าจะไม่ถึงเป้าหรือว่ามันจะมีลดลงมา?
“ที่จริงหนูกับคุณแม่ก็มีคุยกันไว้บ้างก่อนที่จะเข้าเรียนว่ามันมีความเสี่ยงนะคะ แต่พอเกรดออกแล้วก็โอเคค่ะ ทำดีที่สุดแล้ว”

จากเรียนจบได้คาดหวังไว้ไหมว่าเราจะทำงานแพทย์ด้านไหน?
“จริงๆแล้วยังเปิดรับอยู่นะคะในหลายๆสาย ถ้าเกิดว่าขึ้นวอร์ดแล้วดูคนไข้หลายๆแบบ หลายๆระบบ อาจจะชอบแบบคาร์ดิโอ อาจจะชอบกระดูกก็ได้ แต่ว่าที่ตั้งเป้าไว้ก่อนตอนนี้อาจจะเป็นหูคอจมูกค่ะ ส่วนตัวแล้วเคยป่วยตอนที่ทำละครเวที แล้วไปหาคุณหมอ รู้สึกประทับใจตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา”

การเรียนแพทย์มันต้องเจอกับเรือนร่างมนุษย์จริงๆ เจอแผลจริงๆเรากลัวบ้างไหม?
“จริงแล้วมันก็จะเริ่มต้นจากการที่เราต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ ตอนนั้นก็ต้องมีการปรับตัวนิดนึงแล้วล่ะค่ะ ตอนช่วงนั้นหนูก็โอเค ไม่มีปัญหาเพราะว่ามันคือการเรียนและท่านก็เสียสละมาก แต่พอมาเริ่มเจาะเลือดเพื่อนมันก็จะมีบ้าง แรกๆก็จะกลัวว่าเพื่อนเจ็บมากเลย ร้องไห้ จะร้องไห้กลัวว่าเพื่อนจะเจ็บไหม หนูร้องไห้เลยนะค่ะเวลาจิ้มเพื่อนแล้วเพื่อนเจ็บอ่ะ”

มีภาพติดตาบ้างไหม?
“ภาพติดตาหนูว่าไม่มีนะคะ เพราะว่าหนูเห็นเยอะมากจนชิน”

ต่อจากนี้ไปเราตั้งเป้ายังไงว่าไม่ให้มันกระทบกับงาน?
“น้องคิดว่าจากที่ผ่านละครเวทีบัลลังก์เมฆมาได้แล้ว เราก็ยังเรียนได้พร้อมเพื่อนจบได้พร้อมเพื่อน เป็นอีกก้าวหนึ่งที่เราจะได้รู้ว่าเราต้องพยายามเท่านี้ เราต้องเต็มที่เท่านี้ เรารู้ว่าลิมิตของเราอยู่ที่ไหน ต่อไปเวลาทำงานก็จะรู้ว่าไม่มีอะไรหนักกว่าช่วงนั้นแล้ว เราก็จะได้รู้ว่าเรานอนได้น้อยที่สุด 2 หรือ 3 ชั่วโมงหรือว่าไม่นอนเลย”

จบแล้วก็ต้องใช้ทุนด้วย?
“ใช่ พอเราเรียนจบ 6 ปีแล้วก็ต้องมาใช้ทุน พ่อใช้ทุนเสร็จก็มาเลือกว่าจะไปเป็นหมอด้านไหน ก็พอมีคิดๆไว้บ้าง แล้วก็อยากไปใช้ทุนด้วยเพราะว่าการที่ได้ใช้ทุนมันจะทำให้เราเก่งขึ้นด้วย”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here