“จั๊กจั่น” รับ! เคือง “ซาบีน่า” จริง เผย! ทำใจไว้แล้ว

-- โฆษณา --

เรียกว่าพอขึ้นแท่นเป็นเมนเทอร์เต็มตัว ก็เรียกดราม่าได้ทุกตอนใน The Face Men Thailand Season 3 สำหรับหนึ่งนักแสดงสาวสวยมากความสามารถคนนี้ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่แคมเปญก็มีน้ำตาให้เห็นตลอด ล่าสุดในงาน CH 8 PRESS CONFERENCE CONNEXT” เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรายการนั้นเป็นความจริง คำพูดที่ดูแรงก็เป็นคำพูดที่ออกมาจากอารมณ์จริงๆ แต่หลังจากจบรายการก็มีการเคลียร์กันเป็นที่เรียบร้อยทุกครั้ง และเข้าใจกับการแสดงความคิดเห็นถึงลูกทีมของตนที่ถูกตัดสินจากหน้าตา ว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับรสนิยม นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าการเป็นเมนเทอร์ในรายการนี้เป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวของจั๊กจั่นเลยเพราะตนเป็นคนที่ชอบความยุติธรรม จึงรู้สึกว่าเกมนี้ไม่เหมาะสมกับตน

พักนี้เป็น Icon แห่งความแรง?
“จริงเหรอคะ ที่มีคนเอาคลิป เอามีมต่าง ๆ จากรายการใช่มั้ยคะ ก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าจะเป็นที่สนใจขนาดนี้”

คนสงสารเยอะมาก เพราะเสียน้ำตาแทบทุก Ep. เลย?
“ใช่ ฟีดแบ็กหลายคนก็จะแซวว่าเป็นสคริปต์หรือเปล่า ทำไมเสียอกเสียใจขนาดนั้น โอเคอาจเป็นช่วงเวลาแค่ 2-3 เดือนเท่านั้นที่เราได้อยู่กับเด็ก แต่เรามีไปทำกิจกรรมต่างๆ และเห็นถึงความตั้งใจในตัวเด็กๆ ทีมเราทุกคนที่อยากที่จะชนะ อยากทำให้เต็มที่ แล้วเจอผลการตัดสินต่างๆ บางทีก็ไม่ได้เป็นตามใจเราที่คิด ของจริงที่ตัดมา แต่เบื้องหลังมีเรื่องราวของพวกเรามากกว่านั้น ก็เสียน้ำตานิดนึง”

ขัดกับลุคของเรา?
“จริงๆ เรารับงานหลากหลายบทบาท แต่คนอาจติดภาพเราเป็นนางเอก แต่จริงๆแล้ว คือ เราต้องทำทุกทาง เพราะอยากให้ทีมเราชนะ ใบเบิ้ลของรายการ จะเป็นแนวสมมติว่าทีมเราแพ้ เราก็ต้องไม่ยอมถ้าเขากัดลูกเรา หรือถ้าเราชนะก็ไม่ยอมอีก เราต้องเหนือทีมอื่นๆ เพราะมีใบเบิ้ลเป็นแกนกลางรายการ”

พอมาทำหน้าที่เมนเทอร์แล้วเป็นยังไงบ้าง?
“เครียดมาก พูดกับตัวเองเหมือนกันว่าเล่นละครก็ดีแล้ว บางครั้งกัดตัวเองเหมือนกัน”

เวลายียวนกวนอารมณ์กับ อาร์ต อารยา มีคำถามเกิดขึ้นว่าปีนเกลียวหรือเปล่า?
“ถ้าดูจั่นจะยกมือไหว้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำอะไร ก่อนถ่ายรายการก็จะมีการตกลงแล้วว่าถ้าจบเทปนึงให้เคลียร์กัน เพราะบางทีเราก็เคืองกันจริง ไม่ได้เคลียร์ในเทปนั้น ก็มาเคลียร์ใน 2 เทปถัดไป”

จริงๆ ตรงนั้นเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ ใช่ไหม?
“ ใช่ค่ะ”

เรากับซาบีน่าถึงว่ากินเส้นกันไหม ดูจากทรงแล้ว?
“ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ แต่คลิปที่หลุดออกมา เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่บอกว่าเขาเป็นเด็กเมื่อวานซืน ก็เป็นอารมณ์ตอนนั้น”

ณ ตอนนั้นได้มีการขอโทษไหม?
“ตามกฎของรายการ ผ่านไปทุกเทปเขาก็ให้เคลียร์กันค่ะ”

เหมือนคนดูไม่เชื่อว่าเราจะคืนดีกันจริง ๆ เพราะเห็นยังมีการด่ากัน?
“ในแต่ละอีพีก็มีเรื่องราวต่าง ๆมากมาย เราก็ต้องเคลียร์กันเป็นอีพี”

รับไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไหม?
“ทำใจไว้อยู่แล้ว พยายามไม่เข้าไปอ่านอะไร เมนเทอร์ก็แต่ละคนก็มีวิธีการเล่นเกม ในแบบที่แตกต่างกัน จั่นรู้สึกว่าการที่จะมี เดอะ เฟซ เมน มีได้แค่คนเดียวเท่านั้น แต่การที่จะทำให้ลูกทีมเราเวลาไปไหน มีคนจดจำว่าคนนี้อยู่ทีมจักจั่น มีบทบาทในรายการมากที่สุด นี่คือจุดประสงค์ของจั่น แต่จะได้เป็นที่ 1 ของเดอะเฟซเมนหรือเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องนึง จุดประสงค์ของแต่ละทีมก็แตกต่างกันไป”

ตอนนี้เรายังโกรธกันอยู่ไหม?
“ก็ตามที่เห็นในรายการเลย แต่พอจบรายการก็เคลียร์กันค่ะ”

ทำให้ความสนิทของเราน้อยลงไหม?
“จริง ๆ ด้วยความที่อยู่ในเกม เราก็จะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ ต่างคนต่างมีกลยุทธ์ของตัวเอง ใบแบบของรายการก็จะไม่ให้เราเจอกันอยู่แล้ว มีห้องแต่งหน้าของแต่ละเมนเทอร์ แต่หลังจบรายการอาจสนิทกันมากขึ้น”

เคยเจอเหตุการณ์ที่รุ่นน้องมาพูดใส่หน้าเราแบบนี้ไหม?
“ไม่ค่ะ เพิ่งเคยเจอ”

หลายคนเอาไปเลียนแบบหรือเปล่า?
“จริง ๆ อยากให้ดูเพื่อเป็นสีสันของรายการ พอจบแล้วก็มีการขอโทษกัน”

ได้ยินว่า ตัวพี่จั่นเองก็ไม่ได้ติดใจ ซาบิน่า?
“ก็คือ จบแล้วก็คือจบค่ะ”

เรื่องของการตัดสิน น้องซีเกมส์ หน้าตาน้องอาจจะไม่เหมาะ?
“จริงๆ ก็เป็นค่านิยมอย่างหนึ่ง ที่เราอยากจะให้ลูกทีมของเราผ่านพ้นไปให้ได้ อยากให้คนเห็นถึงความตังใจ และอยากให้เขาไปไกลที่สุดเท่าที่เราจะส่งได้”

น้องเครียดไหม ถูกกรรมการตัดสินเรื่องหน้าตามากกว่า?
“จั่นเครียดมากกว่า เพราะเราเป็นคนเดียวที่ยกป้ายให้เขา ให้เขามาอยู่ในทีมเรา แล้วเราพยายามให้ตรงนี้เห็นถึงความตั้งใจของเขา พอมีคนมาโฟกัสเรื่องตรงนี้ เราก็จะรู้สึกมากกว่าคนอื่น เราเป็นคนฟังกรรมการคอมเมนต์โดยตรงค่ะ พอมาถึงตัวเขา เขาก็บอกว่า ไม่เป็นไรแม่ เราจะผ่านพ้นมันไป”

เหมือนแบกหลายอย่าง?
“ก็พยายามทำให้เต็มที่ค่ะ”

เหมือนทำดีแค่ไหนคนก็ไม่เห็น ?
“จั่นมองว่าเป็นสีสันมากกว่า เพราะว่าแต่ละคน ต่างก็มีจุดประสงค์ ในการวางกลยุทธ์แตกต่างกัน”

มองไหมว่ารายการนี้ไม่เหมาะกับตัวเรา?
“ก็คิดว่าไม่เหมาะนะคะ”

ทำไมคิดแบบนั้น?
“คิดว่าไม่เหมาะค่ะ ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบอะไรแฟร์ๆ ยุตติธรรม ถ้าอันไหนว่าใช่ ก็ว่าใช่ แต่พอมันเป็นเกมส์ ก็อาจจะรู้สึกว่าไม่เหมาะ”

ปีหน้ายังโอเคไหม?
“เอาอันนี้ก่อนแล้วกัน”

คิดถูกไหม?
“ก็ถือเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง เป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ได้รู้จักลูกๆ ในทีมทั่ง 5 คน ได้เห็นถึงความตั้งใจของเด็ก ได้มิตรภาพ”

เป็นการทำงาน ในวงการบันเทิงที่โหดร้ายที่สุดเลยไหม?
“ก็ค่อนข้างที่จะยาก ด้วยเวลาที่มีจำกัด แต่ละแคมเปญที่ทำ มีเวลา 15 นาที มีเวลาสอน 5 – 10 นาที”

เครียดกลับบ้านไหม?
“เครียดค่ะ มั่นใจว่าทุกคนตั้งแต่ซีซันแรก ไม่ว่าใครก็ต้องเครียด ทุกคนมีน้ำตาแน่นนอน ไม่ใช่ว่าไม่มี”

หนักกว่าในละครไหม โดนด่า?
“มันไม่เหมือนกันไง ความรู้สึกของบทบาทการแสดง มันคือช่วงเวลานั้นๆ ที่เรารับ แต่อันนั่นคือเราใช้ใจเล่นกับเด็ก ก็เลยค่อนข้างเซนซิทีฟนิดนึง แต่ทั้งนี้ทั่งนั้นก็คือเต็มที่ ไม่เสียใจ เพราะต่อให้เป็นการกดดัน แต่เรารับรู้ ว่ามันคือรายการ ถือว่าเป็นเซฟโซนไหม ก็ถือว่าเราได้ฝึกวิทยายุทธ์ ความกดดัน ความเครียด อย่างน้อยในชีวิตจริง เราคงไม่ได้มาเจออะไรแบบนี้ ก็รู้ว่าอยู่ในรายการ เป็นการฝึกสมาธิ”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here