“ปอย ตรีชฎา” เชื่อ! อรรถรสของ “THE CAVE” ไม่ส่งผลต่อข้าราชการไทย

-- โฆษณา --

หลังมีกระแสดราม่าให้ได้คิดตามกันไปต่างๆนานาสำหรับภาพยนตร์ “The Cave นางนอน” ที่เป็นการหยิบเรื่องราวของการปฎิบัติการช่วยเหลือทีมหมู่ป่าทั้ง 13 คนออกจากถ้ำ หลายคนก็บอกว่าถ่ายทอดเรื่องราวได้สนุกและตรงดี แต่ก็มีอีกฝั่งที่บอกว่าเป็นการเสียดสีระบบราชการไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ด้านของหนึ่งในนักแสดงที่รับบทเป็นนักข่าวอย่าง “ปอย ตรีชฎา” ก็ยืนยันว่า The Cave เป็นภาพยนตร์ไม่ใช่สารคดี อาจมีการแต่งเติมเพื่ออรรถรสของคนดู และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลไทยแน่นอน

ได้เห็นกระแสดราม่า ภาพยนตร์ “The Cave นางนอน” ไหม?
“พอจะทราบข่าวมาเหมือนกันค่ะ สำหรับปอย ปอยขอพูดในฐานะนักแสดงว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างและถูกแต่งเพิ่มเติมเพื่ออรรถรสในการรับชม ซึ่งก็มีการระบุด้วยว่า Based on true story แต่ Based on true story ในที่นี้มันไม่ได้หมายถึง สารคดีที่สร้างให้เหมือนเรื่องจริง แต่มันเป็นการเอามุมมองหนึ่งของเหตุการณ์จริงมาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยมีการเพิ่มตัวละครเข้าไป อย่างเช่นตัวละครของปอย อีกอย่างหนึ่งที่ปอยรู้สึก ก็คือปอยรู้สึกว่าความดีความชอบทั้งหมดของผู้ที่มีส่วนร่วมในการช่วยน้องๆ ทั้ง 13 คน ความดีเหล่านั้นมันยังคงอยู่ และต้องยืนอยู่แบบนี้ตลอดไป ฉะนั้นพวกเราในฐานะนักแสดง พวกเราเองก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ ในความดีความชอบของผู้ใหญ่ ชาวบ้าน ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่าย”

แต่หลายคนก็มองว่าสิ่งที่ภาพยนตร์เล่าอาจทำให้คนดูรู้สึกไม่ดีกับหน่วยงานราชการ ?
“มันคือภาพยนตร์ และปอยก็มองว่าเวลาคนเราจะทำภาพยนตร์ออกมาสักหนึ่งเรื่อง เขาก็ต้องคิดแล้วว่าจะให้มันอยู่ในประเภทไหน เช่น ดราม่า สนุกสนาน หรือโรแมนติก และสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ประเภทของมันก็คือดราม่า ดังนั้นการที่มันเป็นดราม่ามันก็ต้องมีการเสียดสีอยู่แล้ว มันก็คือทฤษฎีในการทำภาพยนตร์ค่ะ”

เราได้มีโอกาสคุยกับทีมงานหรือผู้สร้างภาพยนตร์บ้างไหม ?
“ได้คุยกันเมื่อวานค่ะ คุยกับคุณเคธี่ภรรยาของคุณทอม วอลเลอร์ และก็ได้คุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุยกันในหลายๆ เรื่องที่คนดูอาจจะเกิดความเข้าใจผิด และคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือสารคดี ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่สารคดีค่ะ มันคือภาพยนตร์ และภาพยนตร์ก็คือการแต่งเพิ่ม”

หลังจากนี้จะมีการนำไปตัดต่อใหม่เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดหรือเปล่า ?
“ในฐานะนักแสดงปอยยังไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ปลายตอบได้ก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาพยนตร์ ไม่ใช่สารคดีแน่นอน”

ตัวเราเองตกใจไหมที่อยู่ดีๆ ก็เกิดกระแสลักษณะนี้ ?
“ถามว่าปอยตกใจไหมกับกระแสที่เกิดขึ้นจากทางผู้ใหญ่ เอ่อ…ปอยมองว่ามันเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดกันมากกว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ความเข้าใจผิดสามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ”

กังวลไหมว่าปัญหานี้จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของภาพยนตร์ ?
“เท่าที่ปอยได้คุยกับพี่เคธี่ภรรยาของคุณทอมนะคะ เขาก็บอกว่าถึงแม้รายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับการสร้างภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ เขาสองคนคือนักสร้างภาพยนตร์รางวัล อุดมการณ์ในการสร้างภาพยนตร์ของเขาคือการสร้างภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ มากกว่าที่จะสร้างภาพยนตร์เพื่อทำเงินหรือทำรายได้”

มีนักแสดงหรือทีมงานที่รู้สึกบั่นทอนไหมกับกระแสที่ออกมา ?
“เท่าที่คุยไม่มีใครบั่นทอนเลยนะคะ และเราก็มีหน้าที่ที่จะพูดความจริงว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันคือภาพยนตร์ มันไม่ใช่สารคดี ซึ่งภาพยนตร์มันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง หรือเลือกมุมมองมุมไหนของเรื่องจริงเอามาแต่งเติมและทำให้ดูน่าชม หรือน่าติดตามได้ค่ะ”

บางคนก็รู้สึกว่าหากภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำไปใช้ในต่างประเทศคนจะมองหน่วยงานราชการไทยในแง่ลบ ?
“ไม่น่าจะใช่แน่นอนค่ะ เพราะสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์เมืองนอกหากมีการบอกว่า Based on true story เขาก็จะเข้าใจทันทีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เนื่องจากที่ผ่านมามันมีภาพยนตร์หลายเรื่องมากๆ ที่ถูกดัดแปลงมาจากเรื่องจริง”

ในอีกมุมก็มองว่าอยากจะดูหนังมากขึ้นเพราะมีกระแสลักษณะนี้ ?
“จริงๆ จากการได้ปอยคุยกับคุณเคธี่นะคะ เขาก็บอกว่าเขาไม่สบายใจถ้าหากมีคนพูดแบบนี้ เพราะตัวเขาเองไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย อีกทั้งตัวเขาเองรวมถึงทีมงานและนักแสดงทุกคนต่างก็ซาบซึ้งในความดีงามทุกๆ อย่างที่ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยน้องๆ ออกมาได้ ดังนั้นความดีงามเหล่านี้มันยังต้องคงอยู่ตลอดไปค่ะ”

เห็นว่ามีการลดรอบฉายและก็ลดจำนวนโรงภาพยนตร์ที่นำไปฉายด้วย ?
“เรื่องนี้ปอยขออนุญาตไม่ให้ความเห็นได้ไหมคะ เพราะปอยไม่ทราบเรื่องจริงๆ แต่อย่างที่บอกภาพยนตร์เรื่องนี้มันคือภาพยนตร์ มันไม่ใช่สารคดีคดีค่ะ”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here