“โอบนิธิ” แพลนสวีท “มะปราง อลิสา” สิ้นปี ร้อนเงิน! เป็นเสาหลักครอบครัว

-- โฆษณา --

ส่วนหนุ่มอีกคนของบ้านนาดาวคนนี้ “โอบนิธิ” ก็น่ารักสดใสเช่นเคยในงาน พิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส LIGHT UP CHRISTMAS TREE CELEBRATION ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวานนี้ (19 พฤศจิกายน 2562) เรียกเสียงกรี๊ดได้แน่นจริง หลังเดินแจกขนมให้แฟนๆแล้ว หนุ่มโอบก็แวะมาอัพเดทเรื่องหัวใจกับทีมข่าวว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ “มะปราง อลิสา” เลย เพราะเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปีใหม่นี้จัดทริปเติมความหวานแน่นอนจ้า พร้อมเผยอีกว่าหลังจากคุณพ่อเกษียณตนก็กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของบ้านทก็ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้นพร้อมกับมีแพลนเก็บเงินสร้างบ้านให้ครอบครัวด้วย ส่วนเรื่องผลงานซีรี่ส์ “เคว้ง” ตอนนี้ก็ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่อีกทีเรื่องของซีซั่น 2 รอลุ้นกันนะจ๊ะทุกคน

คริสต์มาสนี้เตรียมของขวัญอะไรให้มะปราง
“คงเป็นเวลาว่างมั้งครับ เพราะช่วงนี้หาไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เพราะช่วงนี้ต่างคนต่างงานยุ่ง หลัง ๆ พอซีรีส์ออนไป ผมมีงานเข้ามาเยอะขึ้น เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกันสักเท่าไหร่”

เขาร้องขอเวลามาเจอกันไหม
“ไม่นะครับ เพราะตัวเขาก็ยุ่งพอกัน ช่วงนี้เขาสู้ ทำงานหลายอย่างมาก ความจริงเราคุยกันอยู่เรื่อย ๆ ก่อนนอนก็มีโทรหากันบ้าง เลยไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าเรายังติดต่อกันอยู่ ผมรู้สึกว่าโอเคนะ ไม่ใช่ว่าหายไปเลย เวลาหายไปนาน ๆ ก็บอกเขาว่าไปทำงานก่อนนะ เขาก็เข้าใจ เพราะทำงานเหมือนกัน”

ล่าสุดที่ได้เจอ ได้ทานข้าวด้วยกันคือเมื่อไหร่
“ประมาณอาทิตย์ที่แล้วมั้งครับ แต่ก็บอกฝันดีกันทุกคืน”

ปีใหม่มีแพลนไปเที่ยวกันไหม
“จริง ๆ มีแพลน คือ ล็อควันไว้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน ปีหน้าผมต้องไปงานรับปริญญาพี่สาว แล้วช่วงนี้ลาไม่ได้ เลยทำงานอาทิตย์ละ 4-5 วัน เวลาว่างอีก 2-3 วัน ก็ไปนั่งสะสางธุระของเรา”

ทำไมรับงานหนักขนาดนี้
“ผมร้อนเงินครับ เพราะพ่อผมเกษียน ทีนี้รายได้หลักน่าจะมาจากผมกับคุณแม่ เพราะน้องสาวก็เรียน ส่วนพี่สาวก็อยู่ต่างประเทศ”

หลายคนแซวว่าเก็บตังค์ขอมะปรางแต่งงาน
“ทุกวันนี้ผมยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน ต้องมำงานเก็บเงินก่อน พอรายได้หลักจากคุณพ่อขาดไป เราก็ต้องโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถจัดการตัวเองให้ได้ ไม่ควรเป็นเด็กแล้ว”

การที่คุณพ่อเกษียนกระทบกับครอบครัวยังไงบ้าง
“จริง ๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้น ตั้งแต่ผมอายุ 18 ก็แทบไม่ได้ขอเงินเขาแล้ว คือ พอเราโตแล้วก็ต้องจัดการเรื่องเงินเตรียมไว้สำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ เผื่อวันนึงคุณพ่อป่วย หรือเป็นอะไรขึ้นมา ซึ่งเราบอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นวันไหน”

ถ้าจะบอกว่าเราเป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ไหม
“ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วกัน เพราะว่าแม่ยังทำงานอยู่”

ส่วนใหญ่รายได้ของครอบครัวมาจากเรา
“ปัจจุบันผมมีเงินเดือนน้อยมาก ประมาณ 25,000 เพราะที่เหลือแม่เก็บไปหมดเลย เพราะถ้าอยู่กับผม แม่ก็จะบ่นว่าลูกใช้เงินหนักมาก มีเท่าไหร่ก็หมดทุกที แม่เลยเก็บไว้ดีกว่า เวลาจะซื้อของก็โทรไปขอแม่ แล้วแม่ก็จะแบบว่าเอาอีกแล้วเหรอ เดือนนี้กี่อย่างแล้ว จนผมรู้สึกว่าไม่เอาดีกว่า”

พอได้ทำงานหาเงินด้วยตัวเอง ทำให้รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้นไหม
“มากครับ ตอนเด็ก ๆ เวลาเราอยากได้อะไร แค่ขอพ่อแม่ก็รู้สึกว่าเงินหาง่าย แต่พอหาเงินเอง รู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนกัน ทำงานเวลาพักแทบจะไม่มี แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าโตเป็นผู้ใหญ่ในระดับหนึ่ง มีความรับผิดชอบมากขึ้น”

ส่วนใหญ่เงินหมดไปกับอะไร
“เลนส์กล้องครับ แล้วก็ฟิล์มถ่ายรูป อะไรที่เขาบอกว่าจบ จริง ๆ ไม่จบ แพงสุดก็หลักแสนเลย จนทุกคนช่วยกันเบรก แต่ว่าผมมีวิจารณญาณในการใช้เงินมากขึ้น เหมือนเราเห็นล่วงหน้า เพราะพ่อจะคอยเตือนว่าเดี๋ยวเขาก็เกษียนแล้ว เราต้องมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของที่บ้านแล้ว ซึ่งผมมีเป้าหมาย คือ อยากสร้างบ้านให้แม่แค่นั้นเอง เลยต้องเก็บตังค์ให้มากขึ้น”

ยังต้องเก็บอีกเยอะไหม
“ตอนนี้เก็บได้ 2 ใน 4 ส่วนแล้ว ก็พยายามไปเรื่อย ๆ แม่อยากทำสวนที่บ้าน ถามว่าเป็นสิ่งที่คุณแม่ขอไว้ไหม เขาไม่ได้เชิงขอ เขาอยากทำสวนแต่พื้นที่บ้านปัจจุบันมันไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการทำสวน เท่าไหร่ วันหนึ่งที่แม่เกษียณ หรือแม่หยุดทำงานเราอยากให้เขาหยุดพักผ่อน แล้วแกเป็นคนชอบไปท่องเที่ยว คือช่วงผมเด็กๆพ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวสักเท่าไหร่ ต้องเอาเงินมาให้ลูกเรียนทำนู้น ทำนี่ ส่วนใหญ่จัดทุ่มกับลูกหมด ก็เลยอยากให้เขาได้ไปพักผ่อนได้ไปเที่ยวกัน”

ถึงผลงานล่าสุด ‘เคว้ง’ ในเน็ตฟลิกซ์?
“เคว้ง ครับ ก็ดีครับผม แต่ผมจะสปอยล์ไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะมีบางคนยังไม่ได้ดูก็ มีคนมาพูดถึงแล้วก็มาให้กำลังใจกับซีรีย์เราเยอะพอสมควร มันเป็นเรื่องใหญ่นะ กับการจะทำเรื่องอะไรที่มันเป็นระดับโลก การที่เราพยายามทำสิ่งนี้ปั่นสิ่งนี้ เป็นเรื่องค่อนข้างยิ่งใหญ่พอสมควร ถือว่ากล้ามากๆที่เราได้ทำสิ่งนี้”

ซีซั่นสองมันจะคลายปมไหม?
“ซีซั่นสองเลยหรอ ผมก็ยังบอกไม่ได้แค่รู้สึกว่า การจะมีซีซั่นสองมันต้องมีกระแสตอบรับที่ดี เป็นที่พูดถึงก่อน เป็นการให้เน็ตฟลิกซ์ตัดสินใจก่อนว่าเราจะออฟฟิเชียลทำซีซั่นสองนะ ผมก็อยากให้มีแหละเพราะผมก็อยากกลับมา(ยิ้ม)”

เป็นไงบ้างกับหนังที่ออกไป?
“ดีนะครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสเกลที่ค่อนข้างใหญ่มากพอสมควร เพราะว่าเน็ตฟลิกซ์เป็นสิ่งที่คนดูรอบโลก อย่างเรื่องของเรามีคนดูประมาณ 190 ล้านคน 151 ประเทศ ผมรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ มันเป็นสเกลที่ใหญ่มากๆ อย่างที่บอกว่าปีนี้อาจจะเป็นปีชงของผม ปีเบญจเพสอ่ะ แต่ผมรู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับผมถือว่าเป็นเบญจเพสที่ดีสำหรับปีนี้ด้วยซ้ำ บ้านให้แม่ก็จะต้องได้แล้วล่ะ”

ไปมูเตลูกับชาวบ้านเขาบ้างไหม?
“ไม่ขนาดนั้นครับ คือผมเป็นคนเชื่อ ไม่ถึงขนาดที่จะต้องไปทำนู้นนี่นั่น เอาที่เราสบายใจดีกว่า”

มีคนทักบ้างไหมว่าอาจจะเจอเรื่องที่คาดไม่ถึง?
“เขาก็เตือน ไม่ได้ทักแบบว่าให้ระวังตัว อย่าทำอะไรแบบผาดโผน ทำอะไรเสี่ยงๆแล้วกัน”

โปรเจ็กต์เสื้อกับกัน อรรถพันธ์ ?
“ก็กำลังจะ วันที่ 22 พฤศจิกายน วันศุกร์นี้ จริงๆแล้วมันเป็นความตั้งใจของผมกับกัน ที่จะทำเสื้อด้วยกันอยู่แล้วเพราะเราเคยร่วมงานกัน ผมรู้สึกว่ากันก็มีร้านเสื้อ”

ฟีดแบ็กจากแฟนคลับ เป็นยังไงบ้าง?
“ดีครับผม แฟนคลับก็บอกว่าอยากให้เปิดแบบ ขายตลอดไปเลยได้ไหม ผมก็คงไม่ได้หรอก ถามว่าตอนนี้ได้แล้วกี่ผืน มันยังไม่ได้จองครับคืองานการขายเสื้อล็อตนี้ อยากจะให้คนที่เขาอยากได้จริงๆมาร่วมงาน แล้วก็มาร่วมแสดงความยินดีกับเรา ก็เลยเปิดขายแบบไม่มีการพรีออเดอร์”

อนาคตมีแผนเปิดร้านไหม?
“ตอนนี้มันยังไม่ยิ่งใหญ่พอแค่ รู้สึกว่าเราก้าวไปแบบมั่นคง ดีกว่าเป็นสเต็ปไป ผมว่ามันก็โอเคอยู่”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here