“เต้ย” ไม่น้อยใจไร้เงาปฏิทินช่อง รับคุยสาวนอกวงการ

-- โฆษณา --

จากข่าวเม้าท์ที่หลายคนสงสัยว่าพระเอกตัวท็อปอย่าง “เต้ย พงศกร” ทำไมถึงไม่ได้ถ่ายปฏิทินของช่องสามเหมือนนักแสดงคนอื่นๆ โดยล่าสุดวันนี้เจ้าตัวได้ออกมาเผยว่าตนใช้สัญญาใจกับทางช่องและทุกปีไม่เคยถ่ายปฏิทิน พร้อมทั้งอัปเดตเรื่องหัวใจว่า

ไปวิ่งที่ญี่ปุ่น
“ใช่ครับ เดี๋ยวไปโอซาก้ามาราธอน 42.195 กิโล ตอนนี้ซ้อมอย่างเมื่อเช้าตื่นตี 2 มาซ้อมวิ่ง อยากจะทำเวลาให้ดีกว่าเดิม ทำเวลาดีกว่า 3 ชั่วโมง 57 นาที มีกดดันตัวเองบ้าง เพราะเป็นสนามที่สะพานค่อนข้างเยอะ จะอยู่กิโลท้ายๆก็จะทรมานร่างกาย เพราะอยากไปวิ่งโอซาก้า เพราะที่ญี่ปุ่นมีรายการที่ดีมากๆ 3 รายการ โตเกียวมาราธอน ฟูจิมาราธอน โอซาก้ามาราธอน ผมอยากเก็บให้ได้ 3 รายการนี้ก่อน เราทุ่มเท ชอบวิ่ง มันได้ชนะตัวเอง เป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง การวิ่งพอถึงจุดๆหนึ่งเหมือนเป็นการทำสมาธิระหว่างการวิ่ง ที่สำคัญก่อนวิ่งต้องวอร์มอย่างถูกต้อง เพราะเมื่อก่อนผมไม่วอร์มวิ่งเลย มันทำให้เจ็บเข่ากล้ามเนื้อ ผมไม่มีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่วนใหญ่อาการเรื้อรังเกิดจากการบาดเจ็บแล้วเขาไปฝืนวิ่งต่อ ผมมาวิ่งจริงจังได้ 3 ปีแล้ว เป้าหมายสูงสุดอยากเก็บให้ครบเวิร์ลเมเจอร์ให้ครบ 6 ที่ เก็บไปแล้วที่หนึ่ง โตเกียว,ซิคาโก้, นิวยอร์ก, เบอร์ลินและบอสตัน”

พอวิ่งเยอะ เราแบ่งเวลากับงานยังไง ?
“ก็ต้องขอกองละครไว้ล่วงหน้าครับ ขออนุญาตผู้ใหญ่ทางกองไว้ โชคดีที่ผู้ใหญ่เข้าใจ ผมขอแค่ปีหนึ่งครั้งหนึ่งนะครับ แต่ผมไม่ได้บอกแบบปุ๊บปั๊บไป ผมบอกล่วงหน้าเป็นปี ขอล็อควันไว้”

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเรากำลังจะหมดสัญญา เพราะไม่เห็นในปฏิทินช่อง ?
“อ่อ…จริงๆแล้วผมไม่ได้ถ่ายมาหลายปีแล้วเนอะ ตั้งแต่เข้าวงการทุกปี(หัวเราะ) ไม่คิดน้อยใจด้วย เพราะเรารักช่องสาม ช่องสามให้ที่ทำงานเราด้วย”

เราเคยถามเหตุผลไหม ?
“ไม่เคยถามเลยว่าทำไมไม่เอาฉันไปถ่าย”

พี่หน่อง เองได้พูดถึงเรื่องนี้ไหม จะส่งเราไปถ่ายกับนักแสดงท่านอื่นไหม
“ไม่มีครับ ไม่มีผมคิดว่าเขาจะเหนื่อยกว่าเราด้วยซ้ำไปถ่ายปฏิทิน ไปไกลไปต่างจังหวัด เราก็โอเคไม่ได้เหนื่อยแบบเขา ก็ดีจุดๆหนึ่งๆ”

เราไม่ได้เซ็นสัญญากับช่อง แต่ก็ไม่ได้ไปรับงานช่องอื่นเหมือนกัน ?
“อันนี้เป็นสัญญาใจกับทางช่องสาม จริงๆแล้วผมเซ็นกับพี่หน่อง เป็นสัญญาใจเพราะช่องสามให้เราเกิดมา ให้เราทำงานกับช่องสาม ช่วงที่ผ่านมามีช่องอื่นมาจีบๆบ้าง เยอะเลย แต่เราปฏิเสธไป เพราะเรายังจงรักภักดีกับช่องสาม”

เราเคยคิดจะไปเล่นละครช่องอื่นบ้างไหม ?
“อันนั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ขอยืนยันว่ายังต้องเล่นกับช่องสาม”

มองว่าตัวเองยังโตไม่พอใช่ไหม เพราะบางคนบอกโตแล้วอยากไปร่วมงานที่อื่นบ้าง ?
“ผมยังมีอะไรที่ต้องศึกษาและพัฒนาอีกเยอะ ยังไม่ถึงกับเป็นรุ่นโตขนาดนั้น ก้าวมาในวงการไม่กี่ปีเอง แค่ 7-8ปี ถือว่าน้อยมาสำหรับรุ่นพี่”

อีกกี่ปีถึงเราจะรู้สึกโต
“อันนี้ก็โต…ตัวโต”

ทางช่องสามมีอยากดึงเราไปเซ็นสัญญาไหม เพราะเราก็มีละครกับช่องเยอะ
“อันนี้ขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องสามมากกว่า ขอบคุณทางผู้จัดที่ให้โอกาส ได้เล่นละคร ส่วนเรื่องเซ็นสัญญา ก็อาจจะเป็นเรื่องสัญญากับพี่หน่องมากกว่า”

อีกเรื่องหนึ่งที่เราไปคอมเม้นท์ไว้อาลัย “ซอลลี่ fx”
“ครับ อันนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องสิทธิ์ส่วนบุคคล ผมแค่ไปแสดงความเสียใจด้วยแค่นั้น จริงๆแล้วผมมองเห็นว่าการบุลลี่คนหนึ่ง มันทำให้เขาคิดสั้นจนกระทั่งเกิดข่าวดังกล่าว มันเป็นสิ่งไม่ดี เนื่องจากปัจจุบันคนพร้อมจะเชื่ออินเตอร์เน็ตทุกๆเวลา พร้อมเชื่อทุกข่าวสาร โดยที่ไม่มองว่าอันไหนเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ผมก็เห็นใจและสงสารเขา ก็ไปแสดงความเห็นใจต่อเขาด้วยเหมือนกัน”

ตกใจไหมที่มีคอมเม้นท์แรงกลับมา
“ผมก็เข้าไปดูเลยนะ จริงๆแล้วผมไม่ได้โดนว่าอะไรเยอะนะ คนเขาก็เขียนมาบอกว่ามันเป็นสิทธิ์ของคุณดีแล้วคุณเข้ามา คุณกล้าไม่ต้องลบคอมเม้นท์นะ อย่าไปยอมแพ้พวกที่บุลลี่คุณ”

เราซีเรียสไหม ?
“ไม่ๆไม่ซีเรียสเลยครับ ผมคิดว่าเราทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง คือจริงๆแล้วถึงจะทำงานในวงการหรือนอกวงการ ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง มันจะไปปิดกั้นความคิดเห็นของคนนี้ๆไม่ได้”

บางดราม่าบอกเป็นการโหนกระแสให้ตัวเองดัง
“อันนี้ก็ผมก็ไปห้ามความคิดเขาไม่ได้ว่าเขาจะไปมองโหนกระแสจริงๆ จริงๆแล้วผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น ผมแค่ไปแสดงความเสียใจด้วยความบริสุทธใจ”

มีคอมเม้นท์แรงๆแนวไหน
“ก็แรงสุดคุณไปโหนกระแสเหรอ, คุณคิดว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเหรอ”

ตัวเราเองเคยเจอบุลลี่ไหม ?
“จริงๆแล้วอยู่ในจุดนี้ทำงานในวงการจะเจอทั้งข่าวดีและไม่ดีพร้อมกันตลอดเวลา มันขึ้นที่เราว่าจะตั้งรับยังไง จะมองปัญหายังไง จะมองปัญหาในทางบวกยังไง อยู่ที่ความคิดของเราว่าจะยอมรับได้ไหม”

เราไม่ได้โต้ตอบคอมเม้นท์ที่มาต่อว่าเรา ?
“ไม่ครับ และก็ไม่ลบด้วย”

ถามถึงเรื่องหัวใจบ้าง อดีตคู่จิ้นเราก็เปิดตัวแฟนแล้ว แล้วเราล่ะ ไม่มีข่าวกับสาวๆ
“ให้มีข่าวกับหนุ่มๆแทนเหรอ(หัวเราะ) มีคนคุยครับ นอกวงการ”

ยังเป็นคนเดิม ?
“คนเดิมคนไหน ไม่ครับ คนละคน คุยๆกันมาสักพักหนึ่ง ไม่ถึงปี”

เจอกันในสนามวิ่งหรือเปล่า ?
“ก็ทำงานด้วยกันก็เลยเจอ”

ไม่คิดเปิดตัว ?
“ไม่ดีกว่าครับ ผมมองว่าเราอยู่แบบนี้แหละ อยู่แบบไม่ได้เปิดและไม่ได้ปิดด้วย เขาน้อยใจไหม เขาก็เข้าใจ ไปไหนมาไหนไม่ต้องพลางตัว ผมก็ไปปกตินะ”

แฟนคลับเราโอเคไหม ?
“อันนี่ต้องบอกว่าผมโชคดี โชคดีมากที่แฟนคลับรักผมจริงๆ รักที่ตัวผม ไม่ได้รักแบบหวังผลบางอย่าง แฟนคลับโอเค แฟนคลับก็รู้ว่าผมมีคนคุย”

ถ้าเราคุยกับสาวคนนี้นาน คิดจะเปิดตัวไหม?
“ผมคิดว่าผมโตแล้ว วันนึงอาจถึงจุดๆหนึ่งที่อาจจะต้องเปิด อาจจะเปิดด้วยที่ไม่ต้องมานั่งแถลงข่าว ไม่กลัวกระแสตก ได้เพื่อนได้แฟนคลับที่รักผมจริงๆ”

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here