“อาเล็ก”อัพเดทอาการคุณแม่หลังผ่าตัด เขินเล่าโมเม้นท์ทริปนิวซีแลนด์

-- โฆษณา --

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆสำหรับอาการคุณแม่ของนักแสดงหนุ่ม “อาเล็ก ธีรเดช” ที่หลังจากตรวจพบเนื้องอกบริเวณรอบๆหลอมลม ซึ่งก็ได้ทำการผ่าตัดไปเป็นที่เรียบร้อย โดยหนุ่มอาเล็กก็ได้ให้สัมภาษณ์อัพเดทหลังการผ่าตัดในงานเปิดตัว DAKS Flagship Store เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเล่าโมเม้นท์สุดประทับใจที่มีต่อแฟนสาว “เต้ย จรินทร์พร” ในช่วงไปเที่ยวทริปนิวซีแลนด์

เห็นคุณแม่เพิ่งไปผ่าตัดมา ?
“อ๋อครับ คือจริงๆแล้วก็ไม่ได้ลงโซเชียลอะไร ซึ่งคุณแม่ก็ไปผ่ามาแล้ว ก้อนใหญ่มาก คุณหมอก็เอาไปตรวจว่ามันมีเชื้อมะเร็งหรือเปล่า ปรากฎมันมีประมาณสิบกว่าก้อน พอเช็คออกมาก็ไม่เป็นอะไร ก็ดีใจครับ”

ตอนแรกเรากังวลไหม ?
“ก็มีความกังวลแหละครับ แต่อาจารย์หมอท่านที่ผ่าได้บอกว่าไม่น่าเป็นอะไร แต่ต้องรอผลที่ผ่าแบบละเอียด ซึ่งตอนนั้นก็กลัวๆ”

สาเหตุที่ทำให้รู้ตัวคือเกิดจากอาการอะไร ?
“ตอนแรกแม่เป็นไทรอยด์ครับ เหมือนมีเนื้องอกออกมาแต่มันไม่เป็นพิษ”

เป็นมานานแล้ว ?
“ใช่ๆ แม่เป็นมานานแล้ว และหมอที่เคยตรวจๆ แม่มาเขาบอกว่า ถ้าไม่ได้ห่วงสวยมันก็ดูไม่เป็นพิษ ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ก็ไม่ต้องผ่าก็ได้ แต่พอสุดท้ายพอมันโตมากๆ หมอท่านก็บอกว่ามีบางก้อนเริ่มดูไม่ดี แม่ก็เลยไปผ่าออกครับ”

ใจแป้วไหม ?
“ไม่แป้วครับ เราก็คิดว่ารีบๆ ผ่าออกไปดีกว่า ซึ่งพอตอนผ่าก็เกิดปัญหา เพราะด้วยความที่ก้อนมันใหญ่มาก ไทรอยด์มันอยู่รอบๆหลอดลม พอมันโตมันก็บีบรอบๆ หลอดลม ที่ผ่านมาแม่หายใจได้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ของคนทั่วไป แต่แม่ก็ไม่ได้รู้สึก และพอไปผ่าออกมาก็ต้องเอาท่อมาดามหลอดลมไว้ มันมีอะไรที่น่าเป็นห่วงหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็โอเค”

ตอนนี้อาการโอเคแล้ว ?
“ใช่ ผมโชคดีที่อาจารย์หมอเก่ง และดูแลแม่ดี ตอนนี้ก็เหมือนคนที่ผ่าไทรอยด์ทั่วไป ต้องดูแลเรื่องฮอร์โมน เรื่องแคลเซียม ทุกอย่างโอเคแล้ว เหลือเสียงแหบนิดหน่อย”

จากนี้ต้องให้คนในครอบครัวเช็คสุขภาพประจำปีอย่างละเอียดทุกครั้งเลยไหม ?
“คือพ่อกับแม่เช็กอยู่แล้วครับ จะตรวจร่างกายเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องไทรอยด์ของแม่มา จากนี้ก็ต้องเช็คเรื่องฮอร์โมน เรื่องแคลเซียมเพิ่มขึ้น”

ต้องมีดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม ?
“ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะครับ”

แล้วต้องทำอะไรบ้าง ?
“ก็ต้องกินฮอร์โมนทุกวัน เพราะพอไทรอยด์ออกไปแล้วร่างกายก็ไม่มีตัวสร้างฮอร์โมน ต้องกินแคลเซียมเพิ่ม”

จะมีโอกาสกลับมาเกิดก้อนเนื้อขึ้นอีกไหม ?
“ไม่น่าแล้วครับ เพราะตอนนี้แม่ไม่มีต่อมไทรอยด์แล้ว”

ตัวเราเองได้ไปเฝ้าดูแลคุณแม่ใกล้ชิดแค่ไหน ?
“ก็ไปเฝ้าตลอด แต่ว่าไม่ได้อยากบอกให้ใครรู้เท่าไหร่”

เต้ย ได้ไปเยี่ยมบ้างไหม ?
“ไปเยี่ยมครับ”

เราเครียดไหม ?
“จริงๆ เราก็เครียดเพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกของแม่เลย แต่มันก็เป็นอะไรที่คงต้องเกิด วันนั้นหมอก็มีขอดูคอของน้องสาว ก็ถูกทักว่าคอใหญ่นะ น้องก็ใจแป้ว หมอเลยให้ไปเอ็กซเรย์ทิ้งไว้ ส่วนตัวผมยังไม่เคยไปเช็คอะไรแบบจริงจังเลย ซึ่งจริงๆก็ควรเช็คที่ผ่านมาเราเหลิงด้วยแหละคิดว่าเราดูแลตัวเองดีแต่ก็ควรจะไปเช็ค”

เราเคยเช็คบ้างไหม ?
“ไม่รู้ว่าเคยเช็คหรือเปล่า ไมเคยเข้าโรงพยาบาลไปเช็คมีแต่ช่องสามตรวจร่างกายให้ก็คือไม่เป็นอะไร แต่เดี๋ยวนี้มีเช็คว่าแพ้อาหารอะไรจะไม่เช็คเด็ดขาด กลัวมากถ้าแพ้เนื้อขึ้นมาอยู่ไม่ได้เลยนะ (ยิ้ม)”

ถามถึงนิวซีแลนด์มาเป็นยังไงบ้าง หลายคนมองว่าเป็นทริปขอแต่งงานไปแล้ว ?
“เดี๋ยวๆ ก็สนุกดี สวยมากๆ บรรยากาศดีมากๆ ครับ”

วิวที่นั่น กับ เต้ย อะไรสวยกว่ากัน ?
“ทั้งคู่ครับ (ยิ้ม) วิวสวย เต้ยน่ารัก”

ใครวางแผนเห็นมีนั่งเฮลิคอปเตอร์ด้วย ?
“ผมไม่ได้เป็นคนวางแผนครับ คือมันเป็นทริปที่เป็นของขวัญวันเกิดของเขา เราก็ขอเป็นคนวางแผนทั้งหมด”

เป็นป๋าจัดให้ทั้งหมด ?
“จริงๆ ก็ไม่ได้ป๋าจัดหนักให้คนเดียว เพราะเต้ยเขาไม่ยอมให้ออกค่าใช้จ่ายให้คนเดียว เจตนาเราคือด้วยความที่มันเป็นของขวัญก็อยากจะจัดการทุกอย่าง แต่เต้ยเขาก็ไม่ยอมหรอก มีออกนู่นออกนี่บ้างเหมือนกัน”

เรื่องธีมชุดมีการนัดแนะก่อนไหม ?
“ไม่ได้นัดครับ คือมันไปนาน จะไปเตรียมชุดอะไรขนาดนั้นก็ไม่ได้ กระเป๋ามันไม่พอ”

ไปกันสองคนเป็นยังไงบ้าง ?
“ก็ดีครับ ตอนแรกแอบเป็นห่วงว่าไปสองคนจะตีกันตายไหมเนี่ย แต่จริงๆ แล้วไม่เลย เป็นทริปที่ดีมากๆ”

ได้เห็นมุมมองอะไรบ้างไหม ?
“ก็เห็นเยอะครับ ก็ทำให้เรารู้ว่า…นั่นแหละ (เขิน)”

ได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง ?
“ก็คือแฮปปี้ครับ”

เขินหรอ ?
“ไม่เขิน”

รู้ว่าใช่เลยคนนี้แหละ ?
“ก็แปลว่า เราก็เข้ากันได้แหละ”

ทำให้เรารู้ใจกันมากขึ้น ?
“ก็ดีมันเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนจริงๆ มันได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างในตัวซึ่งกันและกัน ผมมีความสุขมากๆ”

มีโมเมนต์ประทับใจที่อยากจดจำไว้ไหม ?
“จริงๆ แค่ช่วงเวลาขับรถระหว่างทาง ผมก็แฮปปี้มากๆ แล้ว”

ใครดูแลใครมากกว่ากัน ?
“ดูแลซึ่งกันและกันครับ (ยิ้ม)”

ภาพที่นั่งคุกเข่าอีกนิดเดียวก็เหมือนซีนขอแต่งงานแล้ว ?
“ไม่ได้นั่งคุกเข่า นั่งชันเข่า ไม่ใช่ๆ คือไม่มีใครตั้งใจอะไรเลย ไปกันสองคนไม่มีคนถ่ายรูปให้ เราก็เลยต้องตั้งกล้องไว้บนโขดหิน และเต้ยเขานั่งเราก็ไม่ได้อยากยืนค้ำหัว เลยไปนั่งอยู่ข้างล่างตรงนั้นเฉยๆ”

ไม่ได้มีแอบขอแต่งงานใช่ไหม ?
“ไม่มี ยังๆ”

ทริปหน้ามีลุ้นไหม วางแผนหรือยัง ?
“คือตัวเราเองก็ 30 แล้ว ก็มีคิดไว้บ้างแหละครับ แต่ ณ ตอนนี้ยังอยากจะเรียนรู้กันไปอีก เรายังอยากจะทำตัวเองให้มันมั่นคงกว่านี้ด้วย”

กับคนนี้คือใช่สำหรับเราแล้วใช่ไหม ?
“ครับ”

ตั้งเป้าเรื่องเงินเก็บก่อนจะแต่งงานไว้ยังไง ?
“ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะแต่งงาน เราแค่อยากมีหน้าที่การงาน หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้มั่นคงและเรารู้สึกว่าตัวเราพร้อมแล้ว”

ทำไมถึงคิดว่ายังไม่มั่นคง หรือยังไม่พร้อม เพราะคนอื่นคิดว่าเรามั่นคงและมีความพร้อมมาก ?
“เพื่อนๆ ก็พูดกันแบบนี้ว่า ถ้านี่ยังไม่พร้อมแล้วเมื่อไหร่จะพร้อม หลายๆ ก็บอกถ้าพูดแบบนี้มันไม่มีวันพร้อมหรอก แต่สำหรับเรา เรารู้ใจตัวเองที่สุด ว่าเราอยากให้เรามั่นคงกว่านี้ เพราะถ้ามันมีเรื่องแบบนั้นขึ้นมา เราก็ต้องเป็นผู้นำให้ได้ ต้องดูแลทั้งตัวเราเอง ดูแลครอบครัวเรา ดูแลครอบครัวเขาให้ได้ มันเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ครับ”

วางไว้อีกสักกี่ปี ?
“ไม่ได้วางเลยครับ”

หรือเพราะเรายังหวงความโสด ?
“ไม่หวงเลย ไม่รู้หวงเลยครับ ถ้าพร้อมก็พร้อม มันก็ไม่ใช่แค่ความพร้อมของเราด้วย มันเป็นความพร้อมของเราทั้งคู่ด้วย มันอาจจะไม่ใช่แค่ความพร้อมในเรื่องงาน ในเรื่องฐานะของเรา แต่มันเป็นเรื่องความพร้อมของคนสองคน”

ได้คุยเรื่องนี้กับเต้ยหรือยัง ?
“มีบ้างครับ แต่เขาก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน ซึ่งเอาจริงๆ เราอายุเท่านี้ก็มีคิดเรื่องอนาคตไว้บ้างว่าจะไปทางไหน ยังไงดี”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here