“ออฟ” เคลียร์ชัดปมธุรกิจ ยืนยันตอนนี้โสดแต่ขอโฟกัสเรื่องงานก่อน  

-- โฆษณา --

ดราม่าประทุสุดๆสำหรับแฮชแท็ก #ออฟมุก จากเทรนด์ทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ ซึ่งได้กล่าวถึงนักแสดงหนุ่ม “ออฟ จุมพล” กรณีทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนรวมถึงชื่อในเอกสารที่มีชื่อของอดีตแฟนสาวร่วมธุรกิจด้วย แล้วทำให้แฟนคลับบางส่วนแสดงความไม่พอใจต่อว่าหนุ่มออฟว่าหลอกลวง โดยหนุ่มออฟก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวทันทีหลังจบงาน GMMTV 2020 NEW & NEXT เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา

แฮชแท็กที่ขึ้นเทรนด์รู้สึกยังไงบ้าง ?
“เท้าความก่อน คือเรื่องธุรกิจของผมเนี่ยมันเกิดขึ้นมานานมากแล้ว ตอนนั้นเนี่ยยังอยู่ใน process ที่เรายังดีกับบุคคลนั้นอยู่แต่ว่าตอนนี้ระยะเวลามันผ่านมานานมากแล้ว ตอนนี้เราก็ห่างกันคุยกันน้อยลงแล้ว”

เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ ?
“ไม่ได้เข้าใจผิดครับเรื่องเอกสารมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วครับ ผมเห็นวันที่ 13 ตุลาคม เอกสารตอนแรกเราจบไปแล้ว เราก็ไปโฟกัส exhibition ของเตอยู่ เพราะเอกสารผมเสร็จคนแรก แล้วเขาก็ไปตามคนอื่น ๆ ไปเรื่อยๆ จนสรุปได้ในวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งผมก็ไม่ได้โฟกัสตรงนี้แล้ว เพราะยุ่งเรื่องอื่นอยู่ ก็เป็นเรื่องที่เรามองข้ามไป และเราก็ได้ไม่รอบคอบ จนทำให้เรื่องเป็นแบบนี้”

ความสัมพันธ์ของเราคือเลิกกับมุก ?
“ใช่ๆ ไม่ได้คุยกันแล้ว”

มุกไม่ได้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจหรอ ?
“จริงๆแล้วเมื่อก่อนเป็นแบบนั้นครับ แต่ตอนนี้ ด้วยระยะเวลามันเหมือนไม่ค่อยได้คุยกันแล้ว เลยไม่อยากพูดถึงเท่าไร”

ห่างกันแล้ว ?
“ใช่ๆ 4-5 เดือนแล้ว”

ตั้งแต่เขาไปเรียน ?
“ใช่ๆ”

ทำไมอยู่ดีๆมาตีกลับ ?
“เออผมงงที่คนไปขุดคุ้ยกันมาได้ ว่าเอกสารบริษัทมันคืออะไร คือต้องขอบคุณเขาด้วยที่ทำให้เรารู้ เราไม่รอบคอบเองในการตรวจเอกสารตรงนั้น ก็เป็นชื่อที่สำคัญ ต้องขอบคุณเขาเหมือนกัน ตอนแรกเรามองข้ามไป ตอนนี้เราก็หาวิธีจัดการ มันคือระบบราชการ ต้องใช้เวลาสัก 1-2 สัปดาห์ ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมครับ”

ตอนแรกที่เห็นเรื่องนอยด์ไหม ?
“เราไม่นอยด์นะ เรางงมากกว่าว่าเขาไปเห็นเอกสารได้ยังไง พอเห็นก็อ้าว ชื่อผิดจริง อ่ะขอบคุณที่ยังเตือนเรา”

หุ้นส่วนมีกี่คน ?
“ตอนนี้หุ้นส่วนมี 4 คนเหมือนเดิม ไม่มีมุกแล้ว ออกไปแล้ว ไม่มีเตนะ คือมีผม มีพี่โร่ พี่บี และแฟนพี่บี แค่นั้นเอง”

ต้องไปเคลียร์ไหมที่โดนพาดพิง ?
“ผมว่าไม่ต้องเคลียร์หรอก เพราะต่างคนต่างก็มูฟออนกันออกหมดแล้ว ไม่อยากไปพูดถึงคนที่ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว”

เข้าดูคอมเมนต์ไหม ?
“ดูครับ ดูๆ แต่ก็เอาที่เขาไม่หนักหนาเกินไปมากดีกว่า บางคนเกินไป”

ถูกพาดพิงหลายคน ?
“ใช่ๆ ถูกพาดพิงหลายคน คือบริษัทนี้เป็นรูปแบบบริษัทแล้ว ไม่อยากให้ไปกระทบหุ้นส่วนหลายๆคนด้วย เพราะมันเป็นงานที่ผมจริงจังมาก ๆ เป็นธุรกิจที่ผมตั้งใจทำอ่ะ ไม่อยากให้ทุกคนมาด่า”

กังวลไหมว่าจะกระทบกับธุรกิจ ?
“ผมว่าทุกอย่างมันมีปัญหาอยู่แล้วล่ะครับ เราแค่แก้ไขในอดีตที่เราพลาดแค่นั้นเอง ทำให้มันดีที่สุด มองไปที่อนาคต”

อยากหาต้นตอไหม ?
“เอออยากรู้เหมือนกัน แต่ว่าไม่เป็นไรหรอกครับคนอยากรู้มันเยอะ เข้าใจ”

แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ?
“เออมันเป็นเอกสารสำคัญไงค้นทำไม!?”

คนคิดว่าเราอาจจะห่างกันด้วยไม่ดี ?
“ไม่ครับๆ ก็โอเค ไม่ได้ไม่ดี”

โทรหามุกไหม ?
“ไม่ครับ คือเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องนี้เรื่องเราเลยไม่ยุ่งดีกว่า ไม่บอกเขา เพราะมันเป็นเรื่องที่ถ้าเขารู้ก็คงจะซีเรียสนะ แล้วมันเป็นเรื่องซีเรียสที่เป็นอดีตไปแล้ว มันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมารับรู้”

เสียใจไหมที่แฟนคลับตีโพยตีพาย ?
“ผมว่าโลกโซเชี่ยลมันกว้างมากเกินเราจะไปควบคุมได้ เราเลือรับสื่อได้แคร์คนที่เขาแคร์เรามากกว่าที่เราจะไปสนใจในสิ่งที่เขามาว่าเราอะไรเรา ผมรู้ว่ามีคนที่รักเราและมีคนที่เกลียดเราแต่ว่าถ้าสมมติ “กัน” โดนด่ามากๆผมก็รู้สึกไม่โอเค คุณมาด่าเขาเพราะอะไร”

เขาบอกว่าออฟหลอกลวงเขา ?
“อ๋อ มันเกิดขึ้นจากการไม่รอบคอบมากกว่า เรื่องเอกสารมันจบไปนานมากแล้ว คือวันที่ 19 นี้มันจะถึงงานของเตอยู่แล้ว เตรียมงานมา 2-3 เดือนแล้วครับก็นานพอสมควรแล้วครับ”

ออฟไม่ได้จะหลอกแฟนคลับ ?
“ไม่ได้หลอกครับ จะไปหลอกเขาทำไมผมด่าผมก็ด่าจริง ผมพูดผมก็พูดจริงๆ ไม่รู้จะไปหลอกเขาทำไม”

สถานะตอนนี้เป็นยังไง ?
“ก็โสดครับ ก็โอเค อยู่ได้ โฟกัสเรื่องงาน งานเยอะ สตูดิโอเพิ่งเปิดอยากให้มันออกมาดีๆ มาเจอเรื่องนี้ตอนแรกว่าจะไม่พูดเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ว่าพูดหน่อยทุกคนจะได้รู้ข้อเท็จจริงไป”

ก็มีแฮชแท็ก #Savepapii ?
“เออไม่ต้องมาเซฟ บางทีผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่หนักหนามาก ก็ขอบคุณมากที่เข้าใจและเป็นห่วเราเราก็รับรู้ได้ถึงความห่วงนั้น แต่ว่าเราก็รู้ว่า เราก็แก้ปัญหาให้ดีที่สุดกับทุกคนมากกว่า”

ไม่ทรุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ?
“ไม่ทรุดๆ เรารู้จักแก้ปัญหาแล้วเดินต่อดีกว่า อยู่กับที่มันเสียเวลา”

ตอนนี้เปิดใจรับใครไหม ?
“เอางานก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้มีซีรีส์สองเรื่อง ตอนนี้ยังไม่พร้อมเอาสตูให้ไปรอดก่อนเอางานให้ดีก่อนแล้วค่อยไปโฟกัสตรงนั้นดีกว่า เพราะอยู่ตรงนี้มันไม่ค่อยมีเวลา”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here