“ต้นหอม” เล่าเหตุการณ์ “น้องปกป้อง” ตกเตียง พร้อมอัพเดทอาการล่าสุด

-- โฆษณา --

จากเหตุการณ์ที่ “น้องปกป้อง” ได้คลานตกเตียง ทำให้คุณแม่ “ต้นหอม ศกุนตลา” ถึงกับตกใจหนักมาก ถึงขั้นกังวลใจไม่หยุด ซึ่งเมื่อเราได้ไปเจอสาวต้นหอมก็ขอไปถามถึงเรื่องราวเหตุการณ์วันนั้นพร้อมอัพเดทอาการของน้องปกป้องล่าสุด และพัฒนาการตอนนี้ของน้องปกป้องเป็นอย่างไรบ้างไปถามเจ้าตัวกันเลยค้า

กรณีที่น้องปกป้องตกเตียงเป็นยังไงบ้าง?
“เด็กอ่ะมันจะมีพัฒนาการของตัวเองที่โตจนคุณแม่อาจจะไม่รู้ ปกติปกป้องจะนอนสัก 2 ชั่วโมงหรือ 3 ชั่วโมง แต่วันนั้นหอมกะว่านอนสักครึ่งชั่วโมงก็จะปลุกแล้วก็เวลาที่เขาจะตื่นเขาจะมีเสียงร้องก่อนแล้วหอมก็ไม่ได้ไปไกลหอมก็เปิดประตูแล้วหอมอยู่หน้าห้องวันนั้นบังเอิญว่าพี่สาวมาเราก็ต้องไปเล่น หันหลังไปแป๊บเดียวไปเล่นกับน้องคนโตแป๊บเดียว และเป็นครั้งแรกที่เขาตื่นแล้วเขาไม่ร้องมันคือการเปลี่ยนแปลงของตัวเขาทั้งที่เราเป็นแม่เราไม่รู้ ซึ่งเขาตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็คลานเพราะว่าเตียงหอมค่อนข้างสูงคงตกลงมาแล้วตีลังกาคือหอมไม่เห็นแต่ว่าหอมได้ยินเสียงดังตุ๊บ
ตอนนั้นภาวนาว่าอย่าให้เป็นลูกแล้วคือสภาพนอนหงายเหมือนอึ่งไชโยที่อยู่ในหม้อ แล้วก็ร้องก็เลยตกใจมากเหมือนตอนนั้นกำลังจะกินข้าวแล้วก็เลยวางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปโรงพยาบาลเลย

จริงๆปกป้องจะต้องไปโรงพยาบาลอยู่แล้วต้องไปฉีดวัคซีนเราก็เลยให้เขานอนสักครึ่งชั่วโมงกะจะไป ทีนี้เราก็ไปตั้งแต่ตอนนั้นเลยแล้วก็เอาคนโตคนเล็กไปด้วยแล้วก็ให้คุณหมอเช็คแต่เบื้องต้นที่เรากลัวคือกลัวเลือดจะคลั่งเพราะว่าเราเพิ่งอ่านข่าวมาที่เป็นเกี่ยวกับเด็กเลือดคลั่งที่โดนทำร้ายแล้วก็กลัวว่าจะเป็นแบบนั้นคุณหมอเขาก็ดูเบื้องต้นเขาก็บอกว่าถ้ามันจะเป็นมันก็เป็นออกมาแล้วมันจะมีรอยช้ำแต่เท่าที่ดูไม่มีแล้วก็ให้เอ็กซเรย์ดูว่ากะโหลกร้าวไหมแต่คุณหมอก็ไม่แนะนำให้ทำ CT Scan คือเข้าอุโมงค์เพราะน้องไม่ได้มีอาการขนาดนั้นเพราะถ้าเข้า CT Scan มันจะเป็นเอฟเฟคที่มีผลเสียก็เลยแค่เอ็กซเรย์ แล้วก็ขอให้คุณหมออยู่ดูอาการที่โรงพยาบาล 1 วันคุณหมอบอก 24 ชั่วโมงก็รู้แล้วแล้วคุณหมอก็บอกว่าเขาเล่นได้ปกติคุณหมอก็บอกว่ารู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร เขาก็เลยให้กลับบ้านได้แล้วก็อีกอาทิตย์นึงก็ค่อยมาให้คุณหมอเช็ค”

ปกป้องไม่มีอาการซึมใช่ไหม?
“ไม่มีค่ะ แต่หอมกังวลที่เลือดไม่คลั่งในวันนี้แล้วมันจะไปคลั่งอีก 3 วันเพราะเราไม่มีความรู้เขาก็บอกว่าถ้าจะคลั่งมันก็ต้องคลั่งเลยเพราะว่ามันจะเห็นเป็นรอยช้ำแต่ถ้าเป็นคะแนนหมอก็คือให้คะแนนเต็มว่ากลับบ้านได้แล้วล่ะ แต่ความนอยด์แล้วความรู้สึกผิดของเรามากๆเลย เราก็กลัวเพราะเราตกใจถึงขีดสุดเพราะว่าเราคิดว่าถ้าเป็นหนักกว่านี้จะทำยังไง สำหรับครั้งแรกของเราคิดว่าหนักแล้วก็เลยเปลี่ยนตัวเองคิดว่าอะไรก็ตามมันไม่ได้ save 100% ให้ทำเซฟไว้เลยถ้าเตียงมีการกลิ้งไปได้เราก็ต้องทำการปิดทุกอย่างกั้นไว้ แล้วก็โกรธตัวเองมากๆที่แขซื้อเปลมาให้แล้ว แต่ว่าจะให้นอนครึ่งชั่วโมงเพราะว่าเขานอนเปลแล้วเขาชอบร้อง แต่แม่ก็ใจอ่อนเองนี่แหละ เราประมาทเองเรารู้สึกว่ามันไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ก็รื้อเตียงออกทั้งหมด เราเคยฟังคนที่เป็นแม่มาทั้งหมดว่าเชื่อไหมว่าฉันรื้อเตียงออกไปหมดเลย หอมก็เลยบอกว่าเราไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแล้วพอวันรุ่งขึ้นแล้วก็เลยบอกแขว่าเรามารื้อเตียงเถอะ รื้อเลยแล้วก็รื้อจริงๆก็คือเดินตามคุณแม่มือใหม่ทุกคนคุณแม่รุ่นพี่ทุกคนที่ทำมาเลยซึ่งเราเคยฟังเรื่องนี้จากดาราคนอื่นแล้วนะว่าแบบลูกเค้าตกลงมาหัวกระแทกโต๊ะกระจกแตกฟังมาแล้วแล้วก็คิดว่าไม่เกิดหรอกไม่มีทางปล่อยหรอกแล้วก็เวลาดูข่าวที่มีลูกได้รับอันตราย พ่อแม่ปล่อยลูกได้ยังไงเพราะถึงวันนั้นก็หอมนี่แหละ ก็เป็นคนแบบนี้ คนที่คิดว่าไม่เป็นไรหรอกวันนี้ก็เลยเปลี่ยนตัวเองใหม่หมดเลย”

นี่เป็นอุบัติเหตุที่ใหญ่ที่สุดของน้องตั้งแต่เกิดมาเลยหรือเปล่า?
“ใช่ค่ะ เพราะว่าเขาไม่เคยประสบอุบัติเหตุอะไรเลยเราจะดูตลอด คนอื่นบอกว่าแต่พอเกิดแบบนี้ปุ๊บมันจะมีอีกนะให้หอมทำใจว่าลูกโตมาจะต้องหัวร้างข้างแตกต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองก่อนว่าจะมานั่งโทษตัวเองนอยด์ตลอดไม่ได้แล้วมันจะเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ห้ามทำนั่นทำนี่ลูกสุดท้ายก็ต้องเดินล้มก็ต้องล้ม เราก็แค่คอยโพรเทคแต่ก็ไม่ถึงกับการปิดกั้น”

แล้วตอนนี้น้องเป็นยังไงบ้าง?
“ก็เหมือนหัวโนตรงท้ายทอยค่ะ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ไปดูเอ็กซเรย์สมองอีกทีหนึ่งว่าเป็นยังไงบ้าง”

จิตตกไปเลยไหม?
“ค่ะ ก็จิตตกเลยแต่ว่าที่หอมทำมากที่สุดคือโทษตัวเองเพราะเราแบบนี้ เพราะเป็นเพราะเรา เราจะได้สำนึกแต่ถ้าเป็นเพราะคนอื่นเราก็จะไม่สำนึก ทั้งๆที่เราเป็นคนดูแลลูกมากที่สุดดังนั้นก็ต้องเป็นเราแหละ จะได้จำ”

พัฒนาการของน้องตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“หอมรู้สึกว่าช้าแต่ทุกคนก็บอกว่าอย่าไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น เขามีพัฒนาการไปเรื่อยๆแต่ปกป้องไม่พูดอาจจะเป็นเพราะว่าแขมาก็เป็นภาษาสวีเดนจียอนมาก็เกาหลีแม่เขาก็ภาษาอังกฤษบ้างมีแม่ที่บอกว่าเด็กที่อยู่บ้านหลายภาษาจะพูดช้าผู้ชายก็พัฒนาการช้ากว่าผู้หญิงเราก็ใจเย็นๆปรับใหม่ว่าให้ทุกคนพูดภาษาไทยเป็นคำสั้นๆแล้วก็ลองดูว่าปกป้องจะพูดไหม จริงๆก็อยากให้ลูกได้หลายภาษาแต่กลัวว่าภาษาไทยจะไม่ได้เลยน่ะสิแม้กระทั่งภาษาไทยที่ว่ากินข้าวก็ยังไม่พูดคำว่าหม่ำเลยเด็กปกติทั่วไปจะพูดแล้วแต่นี่ไม่พูดเลยเต็มที่ก็คือร้องแอ๊ะแต่เราก็แบบ 9 เดือนแล้วนะทำไมยังไม่พูดอีกแต่ว่าคิดว่ารอบนี้ไปโรงพยาบาลก็จะถามว่าผิดปกติไหมผิดที่เราหรือเปล่า แล้วปกป้องก็สนใจสิ่งแวดล้อมค่อนข้างน้อยเพราะว่าเราอยู่คอนโด เขาออกไปห้างทีก็คือก็จะได้ตื่นเต้นหรือพาไปดูปลาก็รู้สึกว่าเขายังไม่รับเขาไม่รู้ว่านี่คืออะไรเนี่ย ไม่ได้สนุกกับการที่ปลาแย่งกินขนมปัง”

มีอยากให้ลูกออกจากคอนโดบ้างไหม?
“ก็เร่งอยู่ตอนนี้ก็บ้านจะเสร็จภายในพฤศจิก็อยากให้ลูกออกไปอยู่อะไรที่มันกว้างๆได้เห็นหญ้าได้เหยียบหญ้าบ้างก็เข้าใจว่าเด็กที่อยู่คอนโดอ่ะเนอะ ตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่แต่ว่าโตขึ้นไปเขาก็ต้องได้เห็นได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ที่กว้างกว่านี้ค่ะ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here