“ฐิสา” แจงสัมพันธ์ “ปั้นจั่น” ยังค่อยเป็นค่อยไป

-- โฆษณา --

เพิ่งควงคู่กันไปชมคอมเสิร์ตของศิลปิน “ทิฟฟานี่ ยัง” แบบสองต่อสอง สำหรับนางเอกสาว “ฐิสา วริฏฐิสา” และพระเอกหนุ่ม “ปั้นจั่น ปรมะ” ที่ได้ใส่หมวกอำพรางเล็กน้อย แต่ยังมีตาดีแอบถ่ายได้ โดยล่าสุดมีโอกาสเจอสาว “ฐิสา” คงต้องถามถึงความสัมพันธ์ว่าพัฒนาขยับเลื่อนเป็นสถานะแฟนหรือยัง โดยเธอได้เปิดใจว่า

ล่าสุดไปดูคอนเสิร์ตทิฟฟานี่กับปั้นจั่น?
“ก็พอดีคิวพี่เขาว่างพอดี เราก็เลยชวนไปด้วย”

ได้ฟังเพลงไหมหรือคุยกันตลอด?
“ฟังค่ะ แต่พี่เขาไม่น่าจะฟัง เพราะดูจะไม่รู้จัก”

เขาเปลี่ยนแนวเพราะเราหรือเปล่า เพราะดูไม่ใช่สายเกาหลี?
“ก่อนหน้านี้เค้าก็เป็นบลิ้งค์(แฟนคลับแบล็กพิงก์)นะคะ”

เราเป็นคนเอ่ยปากชวนไปดูใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ ตอนแรกก็ดูคิวก่อนด้วยแต่เขาว่างพอดี”

หลายคนมองว่าเราใส่หมวกทั้งคู่เป็นการอำพรางตัวหรือเปล่า?
“จริงๆคนที่ไปดูคอนเขาก็ใส่หมวกหลายคนนะ ไม่ใช่มีแค่เรา ก็ไม่รู้ทำไมเก่งกันจังเลย หาเจอกันไปอีก(ยิ้ม) แต่จริงๆถ้าไปอย่างนั้นเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าอย่างไรก็ต้องมีคน ไม่ได้ปิดกันอยู่แล้ว”

ตอนนี้ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็ยังคุยเรื่อยๆค่ะ”

ก่อนหน้านี้ปั้นจั่นป่วยได้ไปเยี่ยมไหม?
“ก่อนหน้านี้เขาป่วยเราก็ส่งกำลังใจไป เพราะเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็มีไปเยี่ยมค่ะ แต่ส่งกำลังใจไปมากกว่าก็กลัวจะป่วยไปด้วยกัน”

วันเกิดปั้นจั่นที่ผ่านมาได้เบิร์ธเดย์ไหม?
“ก็มีเบิร์ธเดย์ไป แต่ไม่มีของขวัญอะไร จริงๆก่อนหน้านั้นพี่เขาก็บอกว่าไม่ได้อยากได้อะไร”

เรื่องความสัมพันธ์ตัวเขายังต้องพิสูจน์อะไรอีกเยอะไหม?
“ก็ถ้าสำหรับตัวเรา เราก็สบายที่จะค่อยๆคุยกันไปเรื่อยๆแบบนี้ก็คือสบายใจในสิ่งเป็นอยู่แบบนี้ เราก็อยากให้มันเป็นเรื่องตามธรรมชาติไป ค่อยๆคุยกันไป”

ตอนนี้สิ่งชัดเจนที่สุดที่เราเห็นในตัวเขาคืออะไร?
“เขาก็เป็นตัวของเขา”

เราดูแลเราสม่ำเสมอตั้งแต่แรกไหม?
“ก็เรื่อยๆค่ะ”

มีให้ระยะเวลาไหมว่าเดี๋ยวจะขยับสถานะ?
“ไม่ได้กำหนดระยะเวลาอะไรเลย”

คุณแม่ว่าไงบ้าง?
“จริงๆคุณแม่หรือที่บ้านเราก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างข่าวมีว่าเจอกันบ้าง จริงๆคุณแม่และครอบครัวทั้งฝั่งเราและฝั่งพี่เขาก็รับรู้ตลอด”

ฟีดแบ็กภายนอกมันยังมีผลกับความสัมพันธ์ที่จะพัฒนาต่อไปไหม?
“สำหรับเรา เราว่าเรื่องแบบนี้ยังไงมันก็ต้องใช้เวลาอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะต้องรีบอะไร”

ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นจากเดิมไหม มีขั้นกว่าไหม?
“เหรอ เราอาจจะไม่ได้คิดอะไรในมุมนั้น มันก็อาจจะรู้จักมากขึ้น”

เราไปไหนมาไหนเปิดมากขึ้น หลายคนก็อาจจะคิดว่าเราเลื่อนสถานะแล้ว?
“ไม่ได้ซีเรียสค่ะ สำหรับเราเราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ โอเคคนเราคุยกันมันอาจจะต้องมีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง สำหรับเราถือเป็นเรื่องปกติ อย่างที่บอกไปทางผู้ใหญ่ทางครอบครัวเราก็รับรู้ตลอด เราก็รู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรเสียหาย เพราะว่าถ้าคุยกันแล้วคุยแต่ในแชทมันก็คงแปลก มันก็เลยอาจจะไปไหนด้วยกันบ้าง”

แสดงว่าใจเราก็อยากให้คนมองเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะเห็นเราสองคนไปไหนกัน?
“สำหรับเรา เราคิดอย่างนั้นค่ะ”

ไม่เกร็งแล้ว?
“ไม่ได้เกร็งนะคะ อย่างที่ไปคอนเสิร์ตจริงๆก็ไม่ได้ปิด เราเป็นคนชอบใส่หมวกอยู่แล้ว อย่าไปคิดว่าใส่หมวกอำพราง ปกติเราไปเที่ยวเราก็ใส่”

ตัวฐิสาเองสัมผัสได้ไหมว่าตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้น?
“ก็ยังค่อยเป็นค่อยไปอยู่นะคะ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here