“วันเดอร์เฟรม” ยันไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินค่ายวอร์นเนอร์ฯ

-- โฆษณา --

ดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นที่น่าจะไม่จบง่าย หลังบริษัท วอร์นเนอร์ฯ ได้ร่อนเอกสารถึงสื่อมวลชน โดยระบุเนื้อหาว่า ผลงานเพลงที่แร็ปเปอร์สาวได้ทำร่วมกับศิลปินค่าย Brandnew Music ที่เกาหลี ลิขสิทธิ์จะเป็นของทางค่าย Wayfer Records ในเครือของ บริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด เพียงผู้เดียว โดยล่าสุด “WonderFrame” หรือ “เฟรม ศุภัคชญา” ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรากับทางค่ายเพลง ?
“ต้องพูดตรงๆ ค่ะว่าตกใจมาก แต่หนูต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า จริงๆ แล้ววันเดอร์เฟรมกับ warner Music เราไม่เคยทำสัญญากัน ก็คือไม่เคยมีการเซ็นสัญญา จะมีก็แต่ข้อตกลงเบื้องต้นก่อนเซ็นสัญญาเท่านั้น ซึ่งข้อตกลงเบื้องต้นนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2017 เกือบจะ 2 ปีแล้วค่ะ”

เราสามารถระบุได้ไหมว่าข้อตกลงเบื้องต้นมีอะไรบ้าง ?
“ก็คือเวลาที่เราจะเซ็นสัญญา เราก็จะต้องมีข้อตกลงเบื้องต้นกันก่อน เพราะฉะนั้นมันก็คือการเซ็นข้อตกลงเบื้องต้นก่อนเซ็นสัญญา เท่านั้นเอง”

ข้อตกลงเบื้องต้นที่เราบอก เป็นในลักษณะเอกสาร หรือว่าตกลงกันปากเปล่า ?
“เป็นกระดาษ 2 แผ่นค่ะ แต่ว่าหนูไม่สามารถบอกข้อมูลตรงนี้ได้ เนื่องจากมันเป็นข้อมูลทางกฎหมาย หนูต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

เหมือนเราจะบอกว่า มันเป็นแค่ข้อตกลง ไม่ใช่สัญญา ถูกต้องไหม ?
“ใช่ค่ะ”

ในเอกสารข้อตกลงนั้นได้ระบุวันเวลาไหมว่า จะต้องนานแค่ไหนหรือมีอายุกี่ปี ?
“จริงๆ ในข้อตกลงนี้ เขาเรียกว่าอะไรอ่ะ คือทางทนายของเฟรมเขาแจ้งว่ามันไม่เป็นผลทางกฎหมาย แต่อันนี้เฟรมต้องขอให้เป็นเรื่องของทนายคุยกับทนายดีกว่า ว่าสรุปแล้วรายละเอียดมันเป็นอย่างไร”

เห็นว่าก่อนหน้านี้เราได้ส่งทนายไปยกเลิกข้อตกลงนั้น เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ?
“ถูกต้องค่ะ ก็คือทางเฟรมได้มอบอำนาจให้กับทนาย ในการส่งหนังสือไปให้กับทาง warner Music เพื่อยกเลิกข้อตกลงนั้น”
คุณพ่อ : “ก็คือทาง warner Music ได้รับเอกสารเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ปี 2562”

แล้วเราทราบไหมว่ามันสำเร็จหรือเปล่ากับการส่งเอกสารครั้งนั้น ?
“มันก็เป็นเรื่องที่เราต้องไปคุยกันในศาล”

สามารถสรุปได้ไหมว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยเป็นศิลปินในสังกัด warner Music ?
“ใช่ค่ะ”

แต่ที่เขาเขียนมามันเหมือนว่าเราเป็นศิลปินภายใต้สังกัด ?
“ตรงนี้ตัวหนูเองก็งงเหมือนกัน หนูเลยอยากให้เป็นเรื่องของทนายคุยกับทนายมากกว่า ว่าสรุปแล้วมันคืออะไร”

สาเหตุที่เราตัดสินใจขอยกเลิกสัญญาในครั้งนี้คือ ?
“มันเป็นเรื่องของปัญหาการทำงานค่ะ หนูไม่ได้โทษนะคะว่ามีใครผิดหรือมีใครถูก เพราะมันเหมือนต่างฝ่ายต่างทำงานมากกว่า และมันไม่คลิ๊กกัน ฉะนั้นหนูก็เลยเลือกที่จะออกมา เพราะเราไม่สามารถทำงานต่อกันได้แล้ว หนูเลยเลือกที่จะเดินออกมาค่ะ”

พอจะระบุได้ไหมว่าปัญหาส่วนไหนที่เราบอกว่าไม่คลิ๊ก ?
“เป็นปัญหารวมที่เกิดขึ้นสะสมมานานมากกว่าค่ะ หนูคงพูดไม่ได้หรอกว่ามีปัญหาอะไรบ้าง หนูต้องขอโทษด้วยค่ะ”

เราได้คุยกับทางค่ายก่อนไหมว่าจะขอไปในทิศทางไหนก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจแบบนี้ ?
“เรามีการเจรจากันหลายรอบมากค่ะ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถดำเนินงานไปด้วยกันต่อได้”

จริงๆ แล้วในข้อตกลงที่เราจะทำงานร่วมกัน มันมีระยะเวลาทั้งหมดกี่ปี ?
“อันนี้หนูขอให้เป็นเรื่องของทนายดีกว่าค่ะ”

จากรายละเอียดที่เขาแจ้งมา มันมีการระบุด้วยว่า เราไม่มีสิทธิ์ในการใช้เพลงแล้ว เรื่องนี้เรารู้สึกอย่างไรบ้าง ?
“เรื่องนี้หนูเสียใจมากค่ะ เพราะเพลงทุกเพลงหนูแต่งเอง หนูเขียนมันขึ้นมาเอง แต่จะมาบอกว่าหนูไม่สามารถใช้เพลงของตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีสัญญาต่อกัน อันนี้เอาจริงๆนะหนูอยากให้เป็นคำสั่งของศาลมากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วลิขสิทธิ์จะเป็นของใคร”

แสดงว่ามันไม่ได้มีการจดใช่ไหมว่าเป็นเพลงของใครหรืออะไรยังไง ?
“มันเป็นอะไรที่คลุมเครือมากค่ะ อย่างที่บอกมันต้องเป็นคำตัดสินของศาลเท่านั้นค่ะ”

เราพูดแบบนี้เหมือนกับว่าจะมีการยื่นฟ้องศาลถูกต้องไหม ?
“ตอนนี้ยังค่ะ ยังไม่มีการยื่นฟ้อง เอาจริงๆ นะไม่มีใครอยากขึ้นศาลหรอก”

ส่วนตัวเราเองมั่นใจแค่ไหนว่าเราสามารถเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงได้ ?
“มั่นใจค่ะ เพราะอย่างน้อยในสิทธิ์ของดนตรีกรรม ก็คือในฐานะผู้แต่งเนื้อร้อง และทำนอง หนูมีสิทธิ์ใช้ค่ะ หนูเป็นคนแต่งเองหมด ทั้งเนื้อร้องและทำนอง”

ทุกครั้งเวลาที่เราแต่งเพลงเสร็จ แล้วเรานำเพลงไปให้กับ warner Music ทางนั้นเขาได้จ่ายค่าทำเพลงมาให้เราไหม ?
คุณพ่อ :
“ก็คือเวลาที่น้องแต่งเสร็จ น้องก็จะทำไปถึงมาสเตอร์เลย และน้องก็จะส่งมาสเตอร์ไปให้เขา”

ทางนั้นเขาได้จ่ายค่าทำเพลงมาให้ต่างหากไหม ?
คุณพ่อ :
“เอ่อ…จริงๆ มันก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เราเบิกกับเขา ค่าโปรดิวเซอร์ ค่าห้องอัด”

แสดงว่าที่ผ่านมาทางนั้นเองก็มีค่าใช้จ่ายให้เรา ?
“ใช่ค่ะ”

ในสัญญาของเพลง เขาได้ระบุไว้ไหมว่าลิขสิทธิ์เพลงเป็นของใคร ?
“ก็คือมันไม่มีสัญญาไงคะ ประเด็นคือเขาไม่ได้เรียกว่าสัญญา เหมือนที่บอกไปเขาเรียกว่าข้อตกลงเบื้องต้น เพราะฉะนั้นถ้าในทางกฎหมาย ไม่นับเป็นสัญญา”

แล้วในข้อตกลงเบื้องต้นที่เราพูดถึงนี้ ได้ระบุไหมว่าเพลงเป็นของใคร ?
“อันนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางทนายได้ไหมคะ เพราะหนูไม่สามารถตอบได้จริงๆ”

แต่จากที่เขาแจ้งมาก็คือว่านับจากนี้เราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้เพลงอีกแล้ว ?
“ใช่ค่ะ อันนี้ก็คือสิ่งที่เฟรมจะต้องต่อสู้เหมือนกัน เพราะเฟรมก็ควรที่จะมีสิทธิ์ได้ใช้เพลงของตัวเอง มันคือเพลงที่หนูเขียนขึ้นเอง”

ณ ตอนนี้ เราแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ?
“ทุกวันนี้การทำงานยังดำเนินการเหมือนปกติค่ะ เฟรมยังรับงานเหมือนเดิมค่ะ”

แล้ววิธีการรับงานล่ะ เรารับยังไง ?
“ก็คือหลังจากที่ได้ตกลงกับค่ายว่าจะไม่อยู่แล้ว เฟรมก็รับงานเองค่ะ”

เราเริ่มหันมารับงานเองตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
“ตั้งแต่ตกลงก่อนวันที่ 19 ค่ะ คือเรามีการตกลงกันหลายรอบ อย่างที่ได้บอกไว้ ก็คือเราได้มีการตกลงรอบก่อนวันที่ 19 แล้ว และเราก็ได้บอกแล้วว่า ทางเราไม่แฮปปี้ เพราะฉะนั้นเราก็เริ่มรับงานเองค่ะ”

ตอนที่เราบอกไปแบบนั้นทางเขาโอเคไหม ?
“แต่ในข้อตกลงเบื้องต้นอย่างที่บอกค่ะ มันไม่ได้มีการระบุว่า ห้ามรับงานเอง”

แสดงว่าในการตกลงเจรจากัน มันไม่ได้ข้อสรุปในจุดนั้นถูกต้องไหม ?
“ใช่ค่ะ ไม่ได้ข้อสรุป ก็เหมือนเราพยายามที่จะประนีประนอมกัน ซึ่งเฟรมก็พยายามที่สุดแล้ว เพราะเฟรมเองก็อยากที่จะให้เราอยู่ด้วยกันได้ และอยู่ได้อย่างดีที่สุด”

เราเชื่อมั่นใช่ไหมว่าเราถูกต้องทุกอย่าง ?
“เชื่อมั่นค่ะ เฟรมไม่เคยทำร้ายใคร เฟรมเป็นแค่เด็กธรรมดา เฟรมจะไปทำร้ายใครได้”

ถ้าสมมติได้ขึ้นศาลกันจริงๆ และเราแพ้ หากทางนั้นเขาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลังจากงานที่เรารับไปแล้ว รวมถึงจากคนที่จ้างงานเรา เราจะทำอย่างไร ?
“ถ้าอย่างเรื่องคนที่จ้างเฟรม เฟรมบอกเลยนะคะว่า เฟรมพร้อมรับผิดชอบเองทั้งหมด เขาจะไม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะว่าจ้างเฟรมแน่นอน เฟรมพร้อมรับผิดชอบค่ะ”

จริงๆ ตัวเราเองมั่นใจไหมว่าเราจะชนะคดี ?
“เฟรมไม่ได้มั่นใจนะคะว่า เฟรมจะชนะคดี แต่เฟรมมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด”

ที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดเลยใช่ไหมว่า เขาจะเอาเพลงที่เราแต่ง ไปเป็นลิขสิทธิ์ของเขา ?
“ใช่ค่ะ ด้วยความที่เราไม่รู้ด้วยแหละ”

สมมติอีกครั้ง ถ้าหากเราแพ้คดี เราจะรู้สึกยังไงหากต้องซื้อลิขสิทธิ์เพลงพวกนั้นเพื่อมาร้อง ?
“หมายถึงหนูต้องจ่ายเงินซื้อเพลงที่หนูแต่งเองหรอคะ (ถอนหายใจ) ก็เสียใจค่ะ แต่ถ้าหากมันถึงจุดนั้นจริงๆ หนูพร้อมเริ่มใหม่ค่ะ หนูพร้อมแต่งเพลงใหม่ และก็เริ่มใหม่ค่ะ”

แสดงว่าเราก็ยอมที่จะปล่อยเพลงพวกนั้นไปเลย ?
“ถ้ามันถึงจุดนั้นจริงๆ นะคะ หนูยอมค่ะ”

เสียใจไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ?
“เสียใจค่ะ เพราะตัวหนูเปรียบเทียบเพลงของหนูว่าเหมือนลูก เขาอยู่ในอกเรา และวันนี้จะมีใครบางคนมาเอาเขา ไปมันก็เสียใจค่ะ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here