“ขันเงิน” เปิดใจ หลัง “มิกซ์” แร็ปถามทำไมไม่รับไหว้

-- โฆษณา --

กลายเป็นดราม่าย่อมๆไปแล้ว สำหรับกรณีของแร็ปเปอร์รุ่นน้อง “มิกซ์ vkl” ลูกชายของตลกชื่อดัง “หม่ำ จ๊กมก” ได้แต่งเพลงที่มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งระบุว่า “ผมยกมือไหว้ไป 3 ครั้ง แต่พี่ขันกลับไม่รับไหว้ผม”

จนทำให้มีแฟนคลับเข้าไปถาม “ขันเงิน ไทยเทเนี่ยม” ในไอจีสตอรี่ โดยล่าสุดหนุ่ม “ขันเงิน” ได้ออกงานอีเว้นท์และได้เปิดใจเคลียร์เรื่องนี้ว่า ตนอาจจะมองไม่เห็น เพราะสายตาสั้น พร้อมทั้งเผยว่าได้ส่งข้อความไปแสดงความยินดีกับอดีตคนรัก “ศรีริต้า เจนเซ่น” ที่กำลังจะลั่นระฆังวิวาห์ว่า

ดราม่าน้องมิกซ์ หาว่าเราไม่รับไหว้ ?
“อันนี้ผมขำมาก เพราะจริงๆแล้วผมเป็นคนง่ายมากๆ เจอใครผมก็สนุกสนานเฮฮา ข้อเสียของผมคือสายตาไม่ค่อยดี ถ้าใครอยู่ไกลๆผมจะไม่ค่อยกล้าทัก ผมทักผิดบ่อย มันดูเสร่อ ผมก็เลยพยายามนิ่งๆไว้ ตอนกลางคืนผมจะมองไม่เห็นเท่าไหร่ จริงๆผมไม่รู้ว่าน้องมาไหว้ผม ถ้าผมรู้ตัวผมก็ต้องตอบกลับแล้ว เพราะลูกพี่หม่ำยังไงผมก็ต้องคุย แต่ผมไม่รู้ตัว ถ้าเกิดน้องบอกเคยมาทักทายผม 3 ที ผมคิดว่าอาจจะเป็นความผิดของผมที่มองไม่เห็น แล้วไม่รู้ว่าอยู่ในจุดไหน ถ้าอยู่ในคอนเสิร์ตไม่ได้มีสมาธิที่จะคุย ไม่มีอะไรครับ จริงๆเราอยู่ในสถานะรุ่นพี่ เราต้องเป็นที่เคารพที่ถูกต้อง”

ไม่ได้บาดหมางใจ ?
“ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว”

ได้คุยกับน้องมั้ย ?
“ผมไม่ได้คุยเลย เพราะไม่ได้เจอกัน ผมไม่มีอะไร ฝากบอกไปด้วยว่าไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ตัวจริงๆ เขารู้สึกไปอย่างนี้ ผมก็แค่ขอโทษที่มองไม่เห็น วันหลังมาทักจับตัวเลยนะ แค่นั้นเลยเดี๋ยวเราคุยกัน ไม่มีอะไรอยู่แล้ว”

เขาเห็นข่าวเพราะมีแฟนๆเข้ามาทัก ?
“ใช่ ทราบตอนที่เป็นข่าวอยู่แล้ว คือตอนแรกคนส่งเพลงแร็ปมาให้ฟัง ผมก็เลยขำ เพราะความผิดนี้เกิดขึ้นกับผมบ่อย บางทีมันมองไม่เห็นแล้วไม่กล้าทัก ผมใส่แว่วดำตลอดเวลา”

อย่างบางคนมองน้องมิกซ์ปีนเกลียวและมาเกาะกระแสเรา ?
“มันเป็นความรู้สึกของคนครับ ถ้าเขายกมือไหว้ใครสักคน เขามองไม่เห็นผม 3 ครั้ง ผมก็มีสิทธิ์จะโกรธ ผมก็ให้อภัยน้อง ถือว่าคราวหน้าคุยกันละกัน ไม่ต้องทำเพลงด่าพี่ก็ได้ (ยิ้ม) เดี๋ยวคราวหน้าคุยกัน ไม่มีอะไรอยู่แล้ว”

ก่อนหน้านี้รู้จักกับน้องประมาณไหน ?
“เคยเจอกันครับในรายการ เราก็ทักทายทุกคน แบบเราทำรายการเดอะแร็ปเปอร์ เราสนับสนุนคนรุ่นใหม่ แล้วเราจะไม่ทักคนรุ่นใหม่ได้ไง เราต้องทักทุกคน เราต้องให้ความสนใจทุกคน เพราะทุกคนมีความหมายกับสิ่งที่เราทำ มันคือวัฒนธรรมที่เราสร้างมาตั้งแต่เด็ก เราอยากให้ทุกคนมาอยู่ในจุดนี้ แล้วเราจะมาแบ่งพรรคแบ่งพวก เราถึงมารวมกันใหม่หมด มารวมใหม่เพื่อวัฒนธรรมของเรา เพราะฉะนั้นมันไม่มีการที่ไม่ชอบใครในหัว ไม่มีในหัวผมอยู่แล้ว”

เพลงแร็ปที่น้องเขาแต่งโดนใจเราขนาดไหน ?
“ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะเราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกยังไง แต่เขาเป็นแร็ปเปอร์เขาก็ระบายในจุดที่เขาทำได้ ผมเข้าใจ ไม่ว่าอะไร เดี๋ยวเจอกันครั้งหน้า มันคือแร็ปมันต้องมีการเบทเทอร์นู่นนั้น เราไม่ได้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย”

อย่างนี้เราจะแต่งเพลงกลับมั้ย ?
“ผมก็มีเพลงใหม่ๆ แต่ไม่ได้ตอบกลับน้องเขาหรอก เพราะเรายังมีโหมด เราเป็นรุ่นพี่จะนิ่งมากไม่ได้ แต่ไม่ได้ตอบน้องเขาหรอก มีเพลงกำลังจะออกมา ใกล้เคียง แต่ไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่ก็มีโหมดที่เป็นแร็ปเปอร์มันจะเรียบร้อยอย่างเดียวไม่ได้ มีโหมดคุยนู่นนี้อะไรหน่อย”

เนื้อหาใกล้เคียงกัน ?
“ผมทำกับโต้ง เพลงเอาที่สบายใจ มันก็เลยไปเข้ากับเรื่องราวพอดี ผมรู้ว่าถ้าผมปล่อยออกไป คนต้องคิดว่าผมไปตอบโต้ แต่มันทำเพลงไว้ก่อนแล้ว พอดีกัน”

สายตาเราหนักแค่ไหน ?
“มันเอียงครับ มันเบลอครับ อย่างตอนนี้ผมอ่านตัวหนังสือไม่ได้”

ไม่ได้ใส่คอนเทคเลนล์ แว่นสายตา?
“ผมใส่แว่น ตอนถ่ายรายการ เพราะไม่งั้นจะไม่เห็นน้องๆ บางทีไม่ใส่ก็ไม่เห็น จะไปทำเลสิคก็ไม่ได้เพราะตาแห้งมาก คือตอนนี้เป็นปัญหาของชีวิต อยากสายตาดีมาก แต่ผมใส่คอนเทคไม่ได้ ตามันแห้ง ถ้าขับรถต้องใส่แว่นไม่งั้นมองไม่เห็นครับ”

ได้แสดงความยินดีกับศรีริต้า เรื่องวิวาห์หรือยัง ?
“ก็ส่งเมสเสจไปแสดงความยินดีแล้วครับ”

รู้ข่าวได้ยังไง ?
“ผมมารู้เกือบอาทิตย์หลังเลยครับ คือบังเอิญรู้ เลยส่งไปยินดีครับ”

เราจะไปร่วมงานมั้ย ?
“อันนี้ไม่แน่ใจว่าผมสมควรหรือเปล่า คือเกรงใจ ยินดีกับเขาแล้ว เขาคงแฮปปี้แล้ว อย่างน้อยได้กล่าวความในใจ แฮปปี้ที่เห็นเขาแฮปปี้”

ริต้าได้ตอบกลับมาหรือเปล่า ?
“เขาก็ดีใจ เขาก็บอกขอบคุณมาก มันสำคัญมากที่มากับผม เพราะบางคนคงไม่กล้าเขียน แต่ผมเขียนไป เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไร เราเป็นเพื่อน เราก็ดีใจเห็นเขามีความสุข”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here