“พลอย” หวนกลับมาเล่นละครอีกครั้งในรอบ 10 ปี

-- โฆษณา --

ใครที่กำลังคิดถึงผลงานละครของคุณแม่ลูกสี่ “พลอย ชิดจันทร์” เห็นทีว่าจะได้ดูสมใจการรอคอยแล้ว เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้เผยถึงการกลับมารับละครอีกครั้งในรอบ 10 ปี จนต้องเคาะสนิมบททวนบทละครว่า

กลับมาเล่นละครในรอบ 10 ปี
“ใช่ 10 ปีค่ะ เพราะลูกชายคนโตก็ 9 ขวบแล้วก็หายไปไม่ได้เล่นละครไม่ได้กลับมาในวงการรับงานแสดงอะไรแบบนี้จริงจังก็ประมาณ 10 ปีค่ะ”

เหตุผลที่ตัดสินใจกลับมาครั้งนี้
“คือ ก็ด้วยเรื่องจังหวะเวลาและโอกาสมันพอดีกัน ตรงที่เราลูกๆเข้าโรงเรียนหมดแล้ว คนเล็ก 4 ขวบไปโรงเรียนก็ไม่งอแงแล้ว คือปล่อยไปได้ เรามาทำงานได้ 100% แบบไม่กังวลใจและห่วงลูกและจังหวะที่ทาง Chenge 2561 ติดต่อมา เราก็เห็นทีมงานคุณภาพและได้ร่วมงานกับบทบาทที่ไม่เคยเล่น จนได้กลับมาอีกครั้งน่าสนุกกับทีมงานที่ได้เจอ เราก็โอเคอยากเล่น”

ต้องเคาะสนิมใหม่มั้ย ?
“ก็พอสมควร แรกๆก็แบบว่าไปเวิร์คซ็อปอะไรแบบนี้ ไปเข้าถึงบทบาทตัวละคร ทำความเข้าใจตัวละครให้ได้มากๆ ก็พยายามถ่ายทอดออกมาให้เป็น “ภัสสร” ให้มากที่สุด”

สามีมีส่วนช่วยตัดสินใจมั้ย
“คุณสามีไฟเขียวให้เลย ก็ไปคุยไปขอว่าเขาจะเบรกมั้ย แต่ก็ไม่เลยเขาโอเคได้เลย ก็คือพลอยทำงานตลอดอยู่แล้ว เราออกมาทำงานเขาก็แฮปปี้ ไม่ได้ตามกลับบ้านเข้าใจว่าเราไปทำงาน”

บอกลูกๆมั้ยว่ามาถ่ายละคร
“บอกค่ะ ลูกๆทุกคนตื่นเต้นว่าแบบมามี้ไปทำงานเป็นยังไง ให้เล่าให้ฟังเหมือนเล่านิทานว่าวันนี้ไปถ่ายอะไร เจออะไรมากบ้าง เขาก็ตื่นเต้นอยากมาดูที่กอง”

ตลอด 10 ปีคิดถึงยังไงบ้าง
“คิดถึงได้เจอทีมงานเยอะๆ เราก็รู้สึกคิดถึงตลอด เป็นอาชีพที่เรารักก็อยากกลับมาทำงานตรงนี้ ทำงานแล้วมันสนุกเอ็นจอย ได้ทำงานที่เรารักมันสนุก ได้กลับมาเจอเพื่อนๆด้วยไง พอมากรุงเทพเดี๋ยวก็นัดเพื่อน ได้เจอเพื่อนด้วย”

กลับมาครั้งนี้ หลายคนมองว่าไม่เห็นเปลี่ยนไปเลย
“ดีใจค่ะ ก็เป็นสิ่งที่เราก็ไม่ได้ปล่อย เราก็ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ พอคลอดลูกเสร็จภาระกิจให้นม เราก็ต้องแบล็กให้น้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งตอนนี้น้ำหนักเท่าเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป”

มีเคล็ดลับมั้ย ?
“ช่วงแรกๆต้องเลี้ยงลูกเยอะๆ ให้นมด้วยดูแลลูกไปเถอะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เลี้ยงลูกอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็ลงไปเอง ถ้าคนหลังๆ อาจต้องออกกำลังกายร่วมด้วย ต้องพยายามมากขึ้น ตอนนี้ก็ดูแลเรื่องการกินมากขึ้นเพราะอายุเข้าเลข 3 แล้วก็จะปล่อยไม่ได้”

มีคนมาถามเคล็ดลับเยอะมั้ย
“ก็เยอะนะคะ ก็มีมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็จะบอกเรื่องเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก ทำงานด้วยเลี้ยงลูกด้วย”

ตอนนี้บินไป-บินมาเชียงใหม่ ใช้เงินเยอะเลย
“ใช่(หัวเราะ) ใจรักมากกว่า เพราะแบบบางทีเรานอนโรงแรมด้วย คือ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ได้บวกลบคูณหารแหละ เอาเป็นว่ามาทำงานใจรักด้วย แล้วก็รู้สึกแบบเอ็นจอย เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น”

เรื่องต่อไปจะมีมั้ย
“ต้องมีสิ เราก็แฮปปี้เนอะ คือตอนแรกก็ยังกังวลจะเหนื่อยจะง่วง เรื่องการเดินทาง การแบ่งเวลาด้วย คือตัวเองจะรู้สึกกดดันเครียดหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าชิวๆ มาทำงานไม่มีห่วงอะไร ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ตอนแรกกังวลว่าตัวเองจะไหวมั้ย”

มีความคิดจะซื้อบ้านที่กรุงเทพมั้ย
“ซื้อแล้ว(หัวเราะ) เรียบร้อย”

คือกลับมารับงานเต็มที่ ?
“ก็ด้วยนะ แล้วก็รู้สึกว่ามาบ่อย ก่อนหน้านี้มาทุกเดือนอยู่แล้ว เดือนละครั้งสองครั้ง โรงแรมในกรุงเทพก็นอนเกือบครบหมดแล้ว (หัวเราะ) ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆแต่ถ้าที่ไหนชอบก็จะนอนบ่อยหน่อย ตอนนี้ก็เลยซื้อเลยละกัน”

ลูกๆมาอยู่กรุงเทพเลย
“ลูกๆยังค่ะ ปิดเทอมก็มา คือถ้าแม่มาแล้วต้องมาทำงานหลายวัน ก็จะเอาลูกมาด้วยเลยละกัน เดี๋ยวบ่ายนี้เสร็จงานก็จะพาลูกไปเที่ยว”

ครั้งจากนี้เต็มที่กับงาน
“ใช่ ก็น่าจะสะดวกมากขึ้น เพราะบ้านก็มีแล้ว เราพร้อมมาทำงาน แฮปปี้ทำแล้วมีความสุข”

มีแพลนให้ลูกมาเรียนกรุงเทพมั้ย
“ลูกๆก็ในอนาคตถ้าจบ ตอนนี้คนโตอยู่ป.3 ถ้าเกรด 12 เข้ามหาลัยน่าจะตัวเรื่องแรกๆ ถ้าไม่ได้อยากให้ลูกไปไหนไกลๆ ก็ต้องมากรุงเทพอยู่แล้ว”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here