ทนาย ปู ไปรยาชี้ปมแตกหัก จ่อฟ้องกลับความไม่โปร่งใส

-- โฆษณา --

        สำหรับประเด็นที่ยังคงตกลงกันไม่ได้แล้วยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงโดยง่าย สำหรับปมการขัดแย้งในธุรกิจอาหารเสริม ระหว่าง ดีเจ “มะตูม เตชินท์  พลอยเพชร” ดีเจ”ต้นหอม ศกุลตลา เทียนไพโรจน์”  และสาว “ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” ที่ยืดเยื้อมาซักพัก โดยทางสาว “ปู” ก็ได้ให้ทนายส่วนตัว นายบวรสิษฐ์ นิติยวาณิชย์” ออกมาชี้แจงเป็นที่เรียบร้อย ได้เล่าให้ฟังทั้งหมดว่า

         เรื่องแรกคือ เป็นเจ้าของหรือไม่ ผมจำได้ว่าที่ส่มาเลยเป็นร่างสัญญาทางบริษัท โจทย์เขาบอกว่าทางบริษัทอยากได้เป็นบอส ผมก็ไม่รู้หรอกว่าบอสว่าคือยังไง หลังอ่านสัญญาลักษณะมันเป็นหุ้นส่วนที่ 1 2 3 ผมก็บอกว่า ปูแบบนี้พี่ไม่โอเคนะ เพราะว่าแบบนี้มันเข้าลักษณะห้างหุ้นส้วนไม่จดทะเบียน ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นปูรับผิดชอบไหวหรอ เพราะมันต้องร่วมรับผิดกันทุกคน สโคปงานเราเป็นการไปโปรโมทให้เขาเราจะไปบริหารให้เขาไม่ได้นะ ก็เลยเปลี่ยนสัญญาใหม่เป็นลักษณะผู้ถือหุ้น ก็เลยตกลงกันว่าเราจะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาบริษัทนึง แล้วให้ทุกคนเป็นกรรมการ แต่แผนนี้ก็ล้มไป เพราะความต้องการหรือโจทย์จริงๆ ของผู้ประกอบการอยากมีสิทธิ์ในการบริหารอย่างเต็มที่ เพราะเงินที่ได้รับจะต้องพุ่งเข้าไปที่บริษัทเท่านั้น

ก็ไม่เป็นไร ผมก็เลยบอกนั้นเอาแบบนี้ละกัน เปลี่ยนสัญญาให้เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ เพราะปูเป็นบุคคลสาธารณะ รูปโฉม ชื่อ ภาพลักษณ์ รูปภาพทั้งหลายสามารถนำไปใช้ทางพาณิชย์ได้ แม้ว่าชื่อของยี่ห้อจะต้องเป็นชื่อของคุณปูด้วยซ้ำ รูปก็ต้องลงไปในแพคเกตจิ้งด้วย ผมจึงทำเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ แล้วก็ตกลงกันว่าไม่ว่าทรัพย์สินทางปัญญาใดๆที่สร้างสรรค์ขึ้นมา จะต้องจดในชื่อของปูแต่เพียงผู้เดียวเครื่องหมายการค้าในการการันตีว่าพรีเซนเตอร์จะได้รับความคุ้มครอง จะต้องจดในชื่อคุณปู เพราะถ้าไม่จดหรือผู้ประกอบการเอาไปจดเอง สุดท้ายก็ต้องทะเลาะกัน เพราะคุณปูไม่มีสิทธิ์ที่จะให้อะไรแล้วมาเก็บเงินอะไร ผมบอกเลยว่าเปอร์เซ็นต์การแบ่งเงินมีจริง โดยมีการให้เงินค่าใช้สิทธิ์จริง แต่คุณปูไม่ได้ถือหุ้นหรือกรรมการของบริษัทแต่อย่างใด จึงจะตอบคำถามได้ว่าเป็นเจ้าของหรือไม่ เพราะเจ้าของคือเจ้าของกิจการที่ต้องรับเงินจากลูกค้าแล้วไปจ่ายใครบ้าง เลยมีการกำหนดกติกาสัญญากันด้วยว่า ทุกๆเดือนบริษัทต้องแสดงบัญชีให้เราทราบแบบเรียลทาม ให้แบบทุกคนเข้าไปดูได้ เพื่อจะได้ตรวจสอบได้โดยไม่เกิดข้อสงสัย เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะมีอยู่ช่วงนึง มีการประกาศว่าขายได้..กล่องแล้ว แต่พอเราแจงบัญชีกันมันไม่ใช่ ทีนี้เลยเกิดความสงสัย เลยขอมาเช็คกัน ซึ่งในสัญญาตกลงกันว่า การจดเครื่องหมายการค้าจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคุณปูฝ่ายเดียวเพราะไม่เคยมีการบันทึกเลย พอเรื่องมันคุกรุ่นขึ้นมาเรื่อยๆ ทางเราก็นิ่งเฉยเพราะกลัวจะกระทบกับลูกค้า

          ประเด็นต่อไป ทำไมถึงเลิก หลังจากมีการรายงานเงินไม่ตรง ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน ก่อนจะพบว่าสิ่งที่ตกลงกันมันมีความคาดเคลื่อน ซึ่งในสัญญาที่ควรเป็นชื่อปู ก็กลายเป็นจดในนามบริษัทของผู้ประกอบการ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แก้ไขชื่อเป็นคุณปู แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จากนั้นวันที่ 14 ก.ค.2561 ได้รับหนังสือจากบริษัทให้ปูโพสต์รูปเพิ่มในไอจี เมื่อเราไม่ได้รับคำตอบและขอให้เราเพิ่มรูป ทุกอย่างภาพที่คุณปูลงก็ยังอยู่  เราก็ไม่ได้โพสต์เพิ่ม เราก็รอความชัดเจน เพราะคิดว่าเพียงพอแล้วในการโพสต์ไปก่อนหน้านี้

          ต่อมาได้โทร.ติดต่อกับทนายของบริษัท เพื่ออยากให้ 2 ฝ่ายกลับมาดีกัน และอยากให้ประชุมกัน แต่ก็ไม่บรรลุข้อตกลงก่อนเพราะปูก็จะไม่ไหวแล้ว แต่จะฟ้องขอจดทะเบียนก็ไม่ได้ เลยส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญาเลย ในส่วนทรัพย์สินทางปัญญาที่เราเสียไป เราก็ไม่มีทางอื่น แม้เราจะส่งหนังสือบอกยกเลิกสัญญาไป เราก็ยังไม่บอกใคร เพราะเราก็หวังลึกๆว่า จะระงับข้อพิพาทได้ แต่พอส่งไปแล้วทางบริษัทได้รับแล้วก็ไม่มีหนังสือตอบกลับในประเด็นนี้มา

           จากนั้นได้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา และทำหนังสือไปยังบริษัท เพื่อขอค่าสัญญาเครื่องหมายการค้า โดยหวังเอาเงินตรงนี้ไปเฉลี่ยให้ตัวแทนตามความเสียหายหลังบ้านนะครับไม่ได้บอกใคร เรื่องเครื่องหมายการค้านี่แหละเป็นจุดแตกหัก รวมทั้งเมื่อเลิกสัญญากับบริษัทนี้ ปูก็ยังไม่ลบรูปจากไอจี เพราะกลัวมีผลกระทบกับตัวแทน  แต่แล้วหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายฉบับสุดท้ายก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาอยู่ดี แต่ตอนนี้เราถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ซึ่งถึงตอนนี้คุณปูก็ยังไม่ลบรูปโฆษณาในไอจีนะ แม้เรื่องจะอยู่ในชั้นศาล แต่เมื่อมีคำสัมภาษณ์ของคุณต้นหอมออกมาว่า ฝั่งเราขอไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย แต่ความจริงคือเราไม่ได้ผิดสัญญา และตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ฟ้อง ซึ่งมันเป็นเรื่องของในอนาคต ตอนนี้ปูก็พร้อมจะเจรจาในส่วนของคดีใหม่แต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ส่วนตัวผมคิดว่าคงเจรจากันได้อยู่แล้ว

           ซึ่งปูเคยบอกไปแล้วว่าให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ทนายความได้ชี้แจงว่า ตอนนี้เราโดนฟ้องฐานผิดสัญญา และขอยืนยันหนักแน่นว่าปูไม่ใช่บอส เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ ไม่ได้เป็นบอสบริหารจัดการในนามบริษัท และปูพร้อมเจรจาตลอดเวลา

           ซึ่งก่อนที่จะมาแถลงข่าว ต้องบอกว่าปูเครียดมาก เพราะการให้สัมภาษณ์ของอีกฝั่งคาดเคลื่อนไปมาก ปูก็เสียใจ และอยากให้สังคมเข้าใจ เพราะว่ามันจะส่งผลกระทบในเรื่องภาพลักษณ์ ซึ่ง 2 ฝ่ายนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันเลย เพียงแค่คุณปูส่งข้อความไปขอโทษดีเจมะตูมเท่านั้นอย่างที่ฝ่ายนั้นบอกจริงเพราะปูก็รู้สึกไม่ดี แต่ในตอนนี้คงไม่ได้คุยกันแล้ว คงให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here