ขอบคุณทุกกำลังใจ “นุ่น รมิดา” เปิดใจหลังเสียคุณแม่ ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด ส่งท่านขึ้นสวรรค์

-- โฆษณา --

หลังต้องสูญเสียคุณแม่ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง ต้องเข้มแข็งให้เร็วที่สุด สำหรับสาว “นุ่น – รมิดา ประภาสโนบล” ล่าสุดสาวนุ่นก็ออกมาเปิดใจครั้งแรกพร้อมควงหนุ่ม “หลุยส์ สก๊อต” อยู่เคียงข้าง โดยเผยว่า คุณแม่เสียชีวิตเพราะอาการติดเชื้อในกระแสเลือดขณะรักษาตัวอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งคุณแม่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็ง ตอนนั้นต้องปิดข่าวเพราะกลัวคุณแม่จะรู้ ซึ่งเราก็ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด ส่งคุณแม่ขึ้นสวรรค์และไม่อ่อนแอให้ใครเห็น ตอนนี้พาคุณพ่อมาอยู่ด้วยเป็นห่วงแต่คุณพ่อเพราะท่านอยู่ด้วยกันมานานต่อนี้ไปก็จะดูแลคุณพ่อให้ดีที่สุด ส่วนหลุยส์ก็อยู่เคียงข้างเสมอ

ถามเรื่องงานศพคุณแม่ ?
“เพิ่งส่งคุณแม่ขึ้นสวรรค์ เมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมานี้เอง งานทุกอย่างก็ราบรื่นไปด้วยดี เคสของนุ่น อาจจะไม่เหมือนคนทั่วไป คือคุณแม่เสียที่จีน เราก็ต้องทำเรื่องที่กงศุลประเทศจีน เพื่อส่งคุณแม่กลับบ้าน ตอนแรกจัดได้ช่วงสงกรานต์ แต่นุ่นมองว่าช่วงสงกรานต์เป็นวันรื่นเริง คือทุกคนรอวันนี้ แล้วจะให้เขามางานแม่เราก็ยังไงอยู่ ก็เลยขอเลื่อนวัน คือคุณแม่มาวันที่ 14 เม.ย. จัดสวดวันแรกวันที่ 15 เม.ย.”

วันนั้นนุ่นได้อยู่กับคุณแม่ไหม ?
“อยู่ คืนวันที่ 10 นุ่นลาแม่กลับบ้าน คือช่วงนั้นคุณแม่หลับมาเป็นอาทิตย์แล้ว ตอนนุ่นทราบข่าว คุณพ่อก็โทรมาบอกว่าคุณหมอแจ้งว่าวัน 2 วัน จะเสียแล้วนะ แต่ท่านก็อยู่ได้ เหมือนท่านรอเรา พอวันที่ 10 พอเราบอกคุณแม่ ว่าเดี๋ยวเรากลับนะ ความดันหัวใจของท่านก็ค่อยๆ ลดลงแต่ด้วยความที่เราต้องขึ้นเครื่องแล้ว และเราก็ไม่รู้ว่าถ้าอยู่ต่อแล้วจะอย่างไร คืองานเราก็ยังต้องทำ กองละครก็รอถ่ายอยู่ แต่พอเราถึงเมืองไทย คุณแม่ก็ไปเลย”

เหมือนท่านสบาย ?
“ถ้าถามนุ่น นุ่นว่าท่านไปสบายที่สุด คือเวลาเราคิดถึงเรื่องความตาย เราจะคิดว่าเราจะทรมานขนาดไหน ต้องปวดร้าวแค่ไหน แต่ตอนที่คุณแม่ป่วย นุ่นไม่เคยเห็นท่านขอมอร์ฟีน คือผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่จะต้องเจ็บปวดจากอาการที่เป็น แต่แม่ของไม่เคยอดทนมาก”

ได้พูดอะไรกับคุณแม่เป็นคำสุดท้ายบ้าง ?
“เราไม่ได้พูดกันเยอะ ช่วงหลังๆที่ท่านป่วย ท่านจะนิ่ง จะเงียบ แต่ท่านก็รู้แหละ เพราะสิ่งที่นุ่นทำ เขารับรู้ได้ตลอด”

หลุยส์ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง ?
หลุยส์ :
“มันเป็นอะไรที่ตอบคำถามยากเหมือนกัน คือสำหรับเรา เราต้องอยู่ตรงนั้นตลอด คอยซัพพอร์ตและสังเกตการณ์ไว้เยอะๆ เรื่องคุณหมอ ทั้งเรื่องยา เรื่องครอบครัว เราก็ต้องสังเกตให้แม่นเพราะมันจะเป็นอะไรที่กระทบความรู้สึกของเขา ต้องมีวิธีคอยแก้ก่อนที่มันจะเกิด ต้องคิดเผื่อครับ”

ได้กำลังใจจากที่ไหนบ้าง ?
“จริงๆ มันพูดยาก เพราะแม่เราก็อยู่ที่โน่น เราก็ต้องทำงานมันไม่สามารถขับรถไปได้ คือเราก็ทำใจตั้งแต่ทราบว่าคุณแม่เป็น แต่เราปกปิดแม่ และตั้งแต่วันแรกที่ให้สัมภาษณ์เรื่องอาการป่วยของท่าน นุ่นไม่เคยบอกท่าน และต้องปิดสื่อพี่ๆด้วย เพราะท่านไม่ทราบ จะให้ท่านมาทราบจากสื่อคงไม่ได้ ตั้งแตวันแรกที่เรารู้ว่าแม่เป็นเอาตรงๆ ว่าเราทำใจตั้งแต่วันแรก จุดไหนที่รักษาท่านแล้วท่านดีขึ้น เราก็แค่ดีใจ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรอบข้างนุ่นรอซับพอร์ตอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราก็เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง เราไม่ค่อยแชร์ความอ่อนไหวให้คนเห็น”

ในครอบครัวมีการพูดคุยยังไงบ้าง ?
“ครอบครัวนุ่นมีกันแค่ 4 คน แต่ด้วยความที่คุณพ่อรับราชการมีคนนับถือ พอทุกคนทราบว่าคุณแม่เสีย ทุกคนก็อยากมาช่วยงาน มันก็เลยมีการแบ่งหน้าที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าใครทำครัว ใครรับแขก ใครทำดอกไม้ นุ่นว่าแม่เขาจัดสรรมา คือพอแม่เสีย ทุกคนรู้ว่าแม่เสีย เหมือนแม่ให้เวลาเขาทำใจ นุ่นว่าญาติทุกคนเสียใจ แต่ทุกคนรับรู้ว่าท่านไม่อยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้ได้คือทำสิ่งตรงหน้า ทำให้ร่างกายของเขาไปดีที่สุด สมเกียรติที่สุดเหมือนตอนที่เขาอยู่”

ต่อไปนี้ดูแลคุณพ่ออย่างไรบ้าง ?
“ตอนนี้นุ่นก็พาคุณพ่อเข้าวงการบันเทิง(ยิ้ม) ตอนแรกนุ่นคิดว่าท่านจะเกษียน และอยู่กับเราแล้ว แต่คุณพ่อนุ่นท่านเพิ่งได้ถูกแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษา อาจจะต้องดูอีกที แต่ตอนนี้คุณพ่ออยู่กับนุ่นที่กรุงเทพ เราก็พาท่านมาคลายเครียดที่กองถ่าย แต่เหมือนพาท่านมาลำบาก เมื่อวานก็พาไปกองเพราะเรามีถ่ายละครกับน้ำตาล คุณพ่อก็ถามว่าน้ำตาลไหน เราก็บอกว่าน้ำตาล ที่เป็นนางงาม ท่านก็บอกว่าพ่อไปด้วย ก็กระชุ่มกระชวยเขาไป”

เรียกว่าสภาพจิตใจท่านดีขึ้นแล้ว
“เป็นบางครั้งที่ท่านจะซึมๆ บ้าง ในบางครั้งที่ไม่มีใครเอ็นเตอร์เทน ท่านก็จะนั่งคิดอะไรของท่านไป คือเราก็เคยถามท่านตรงๆ ว่าพ่ออยากไปหาหมอไหม ไปปรึกษาหมอไหมว่าจะทำอย่างไร จะอยู่อย่างไร ท่านก็จะบอกเราว่า พ่อไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พ่อแค่เป็นบางอารมณ์ คือคนมันอยู่ด้วยกันมา 40-50 ปี มันก็จะมีฟีลคิดถึง ซึ่งเราก็เข้าใจได้”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here