-- โฆษณา --

เป็นการออกงานครั้งแรกหลังจากที่จบเรื่องราวดราม่าสำหรับหนุ่ม “กัปตัน ชลธร” หลังจากได้ร่วมไกล่เกลี่ยกับอดีตแฟนสาว มิ้ง ศวภัทร” ไปเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดในงานแถลงข่าวเปิดตัวละคร เลือดข้นคนจาง หนุ่มกัปตันได้เผยว่า ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายยอมรับตอนมีปัญหาเคยท้อจนคิดอยากจะออกจากวงการ แต่พอมาวันนี้ได้กลับมาเจอแฟนคลับเห็นทุกคนยังให้การต้อนรับก็ดีใจและมีความสุขมาก ส่วนกับ ”มิ้ง” สถานะหลังจากนี้ก็เป็นแค่คนรู้จัก

“วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ออกงาน หลังจากไม่ได้ออกมานานพอสมควร ดีใจครับที่ได้ออกมางานแล้วเจอกับผู้คน เพื่อนๆพี่ๆ แฟนคลับทุกคน”

ก่อนหน้านี้เรียกว่าเก็บตัวไหมไม่กล้าไปไหน?
”จริงๆ ผมนั่งคิดทบทวนกับตัวเองมากกว่ากับสิ่งทีมันเกิดขึ้นอยากเรียนรู้ตัวเอง”

ไปปฎิบัติธรรมมาเป็นอย่างไรบ้าง?
“เหมือนได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง เรามีสิ่งที่ต้องตั้งใจทำงาน เราต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร”

เห็นไปปล่อยปลามากับเจเจ?
“ผมกำลังจะมีโปรเจ็กต์ใหม่กับเจเจและต้าเหนิง อยากให้รอติดตาม เป็นโปรเจ็กต์พิเศษดีๆอีกหนึ่งโปรเจ็กต์น่าจะเดือนที่จะได้เห็นกัน (ทำบุญหรือไปแก้บนอะไร) ไม่ได้ทำครับ (ยิ้ม)”

ย้อนกลับไปตอนนั้นเราจัดกระบวนความคิดของตัวเองอย่างไร?
“ก็คงนอยด์ๆแหละ แล้วกลับไปคิดทบทวนกับตัวเองว่าอะไรที่เราทำพลาดไป เรากลับไปแก้ไม่ได้ เราต้องทำข้างหน้าต่อไปอย่างระมัดระวัง (ช่วงนั้นมีการเครียดหรือซึมๆไหม?) ก็เรียกว่าซึมๆแหละ (เราได้ปรึกษาหมอไหม?) ไม่ได้ปรึกษานะครับ”

ช่วงนั้นมันมีผลต่อการทำงานมากน้อยขนาดไหน?
“ก็ยากนะครับ เพราะว่ามันเกิดอะไรหลายๆ อย่าง เปลี่ยนแปลงไปกับผมเยอะเหมือนกัน การที่เราแบบอยู่บนเส้นเนอะ จริงๆ มีความคิดเหมือนกันที่แบบว่าเหมือนเหนื่อย เหมือนท้อ อยากออกจากวงการไหม มันมีความคิดเล็กๆ นะ (ยิ้ม) เวลาท้อมันก็จะมีความคิดอะไรแบบนี้ แต่เรารู้สึกว่าเราชอบและเรารักผลงานและอยากจะผลิตผลงานดีๆ ออกมา เรามีเพื่อนๆ เรามีพี่ๆ เรามีผลงานที่ตั้งใจทำออกมา ให้ทุกคนรอติดตามนะครับ”

ตอนนั้นเราให้กำลังใจตัวเองอย่างไรบ้าง?
“ไม่ค่อยได้ให้ วันๆ ก็นั่งดูยูทูปไปวันๆ อ่านหนังสือ มันก็รู้สึกว่าไม่ต้องคิดอะไรเยอะเหมือนกันเป็นการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ”

ช่วงที่เราโพสต์ทวิตเตอร์ ”มิ้งโป๊ะแตก” ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นหรือเรารู้แล้วว่าทุกอย่างกระจ่างแล้ว?
“เรื่องวันนั้นอยู่ในวัดพอดีและกำลังทำกิจอยู่ แล้วผมก็เปิดทวิตเตอร์พอดี แล้วผมก็หนีบแขนไว้ แล้วมันก็คงขยับอะไรแบบนี้ เห็นอะไรไม่รู้แล้วแว๊บๆ (ยิ้ม) แล้วคิดในใจว่าขอให้ไม่ใช่นะ (หัวเราะ) กลับไปดูมันก็เป็นแบบนั้นแล้ว”

หลายคนตีความว่าเรารู้ความจริงแล้ว?
“พูดไม่ได้หรอกว่าเรารู้ความจริงหรือไม่รู้ เราแค่รู้สึก ณ ตอนนั้นเราแค่ปล่อยว่าง ยืนสงบ”

ตั้งแต่ปฎิบัตธรรมได้อะไรมาบ้าง?
“รู้สึกมันได้การปล่อยวางอะไรบางอย่าง การได้อยู่กับธรรมชาติ เราไม่สามารถกำหนดอะไรหลายๆอย่างได้ แต่เรามีส่วนหนึ่ง ถ้าจะมีอะไรที่เกิดกับเรา เรายอมรับและสู้ต่อไป เพราะมีอะไรเยอะแยะมากมายที่รอเราอยู่”

วันนี้แฟนคลับมาให้กำลังใจเราหนาแน่นมาก ?
“ดีใจนะครับ ดีใจที่ได้เจอคนที่เคยอยู่กับเรา แล้วเราไม่ได้เจอเขา วันนี้เหมือนวันแรกที่ได้มาเจอ เจอพี่นักข่าวทุกคนที่ไม่ได้เจอมานาน”

แฟนคลับยังให้กำลังใจตลอด ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าข่าวจะจริงหรือไม่จริง?
“มันก็ตัดสินไม่ได้หรอกว่าจริงหรือไม่จริง แต่สุดท้ายมันจบลงได้ด้วยดี ผมรู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ให้ความคิดอะไรกับผมหนึ่งอย่าง”

เมื่อทุกอย่างมันคลี่คลายเหมือนกับว่าความสุขเรากลับคืนมาไหม?
“คือเราคงไม่ได้คิดไปถึงอนาคตหรอก ว่าตอนนี้มีความสุขผมรู้สึกว่าเราได้ทำงานในสิ่งที่เรารัก ดำเนินชีวิตในแบบที่เราอยากจะเป็น มันทำให้เรารู้สึกมีความสุขแล้ว ผมรู้สึกว่าหาความรู้กับตัวเอง”

ที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกงานหรือเคลื่อนไหวเองหรือทางต้นสังกัดไม่ให้ออก?
“ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลาหรอกมั้ง”

ล่าสุด ”มิ้ง” เหมือนไม่จบนะ เพราะเจ้าตัวตอบคอมเม้นต์เพื่อนว่ามันยังมีเรื่องราวเบื้องหลังอีก?
“สำหรับผมมันจบในหน้าที่ของผมแล้ว หลังจากนี้ต่างคนมีทางของตัวเองที่ต้องเดินต่อไป ผมมีหน้าที่การงานที่ต้องทำต่อ แล้วเขามีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องทำต่อ จบลงด้วยดี”

สมมุติถ้าอีกฝ่ายไม่จบเราจะใช้มาตรการอะไรไหม?
“สำหรับผมๆ ณ ตอนนี้มันเคลียร์ทุกอย่างในใจผมเรียบร้อยแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกแย่หรืออะไร เขาคงเป็นแค่คนรู้จักคนหนึ่ง”

ข้อไกล่เกลี่ยเมื่อวานส่วนตัวเราโอเคแล้ว?
“สำหรับผมๆโอเคแล้ว เราได้รับรู้ความจริง เราได้อะไร แค่นี้มันก็สบายใจ”

ข้อไกล่เกลี่ยมีไหมว่าห้ามพูดถึงเราไหม?
“ไม่มีขนาดนั้น”

ครอบครัวว่าไงบ้าง หลังจากที่คุณแม่เองเครียดมานาน?
“ครับ แม่เครียดมานานเราก็ได้แต่ให้กำลังใจ”

หลังจากนี้ชีวิตของเราต้องระมัดระวังมากขึ้นขนาดไหน?
“ก็ต้องมีสตินะครับ ต้องมีสติมากขึ้น เพราะเราไม่รู้หรอกวันหนึ่งที่แบบว่าเราพลาดไป เราก็อยากจะทำอะไรให้พลาดน้อยที่สุด เราไม่รู้หรอกว่าเราจะพลาด แต่เราต้องมีสติให้มากที่สุด”

เรียบเรียง : พนิดา ชัยฤกษ์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here