-- โฆษณา --

ช่วงนี้โสดก็ต้องขอลงรูปเซ็กซี่บ่อยหน่อย สำหรับสาวสวย “เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์” ที่ล่าสุดไปเที่ยวทะเลลงภาพชุดว่ายน้ำพร้อมกับแอบเห็นรอยสักที่ต้นขา งานนี้ก็มีคอมเมนต์ดราม่าอีก ว่าทำไมถึงไปสักตรงนั้น งานนี้สาวเฌอเบลล์ ก็ออกมาชี้แจง ว่าปกติชอบสักอยู่แล้วเป็นความชอบส่วนตัว เพราะอีกอย่างหากสักที่อื่น เราเป็นนักแสดงกลัวเสียกับงาน แต่ก็เมินหากใครจะว่าอะไรเพราะเรารู้ตัวเราดี

ช่วงนี้เซ็กซี่ลงรูปถี่ๆเลย ?
“โสดแล้วทำอะไรก็ได้ ก็มีบ้างเล็กน้อย อยากให้สาวๆได้รู้ด้วยเป็นอีกหนึ่งเสียงว่าเวลาสาวๆไปทะเลไม่ต้องห่วงว่ายะอ้วนหรือจะผอมเอาแค่เรามีความสุขดีกว่า ดีกว่าใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ลงน้ำ”

ดูมั่นใจกับหุ่นมากขึ้นด้วย ?
“ใช่ จะอ้วนจะผอมก็ได้แฮปปี้ดี คนจับผิดว่าขาลายก้นลายเราก็เป็น ก็ชุดนั้นเราไม่ได้ปิดส่วนที่เห็น ถ้ามองจากส่วนหน้าจะไม่เห็น แต่ถ้าหันข้างหรือหันก้นข้างหลังให้ดูเลยก็จะเป็นลายทางแผนที่”

มันทำให้เสียความมั่นใจไหม ?
“เมื่อก่อนเคยคิดแต่เราก็เห็นในฝรั่งเขาใส่กัน ถามว่าคนที่ขาไม่ลายอาจจะเป็นแค่ 10% ของคนบนโลกด้วยซ้ำ ส่วน 90% ของคนที่ขาลายเขาก็ยังใส่ ที่เมืองนอกเขาก็ใส่กันปกติไม่ได้สนใจ เรารู้สึกว่าความมั่นใจในส่วนนี้เป็นสิ่งที่ควรจะทำเพราะมันไม่ได้แย่”

อะไรจุดประกายกล้าที่จะโชว์ ?
“มันเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ ต่อให้คุณสวยที่สุดในโลกนี้แต่ว่าอาจจะไม่ 100% จะต้องมีสักหนึ่งข้อที่มีปัญหา เช่นบางคนเพอร์เฟคมากแต่ชีวิตรักไม่มีความสุข เลยไม่อยากให้คนมานั่งอาย ชีวิตมีชีวิตเดียวตายวันไหนไม่รู้แต่ทำไมไม่ใช้ชีวิตให้มีความสุข แต่งตัวให้มีความสุข ผู้หญิงควรจะสวยและมีความสุขที่สุด เพราะวันหนึ่งแต่งงานมีลูกก็หมดชีวิตแฮปปี้ ถ้ามีแฟนแล้วแฟนห้ามแต่งตัวอย่าไปสน”

แอบเห็นรอยสักที่ต้นขา ?
“มันก็เป็นระดับที่เรากะว่าถ้าเกิดเราถ่ายละครมันก็จะไม่เห็น เวลาเราใส่เป็นเกาะอกกางเกงขาสั้นเวลาเป็นฉากเลิฟซีนมันจะไม่เห็น แต่ชุดว่ายน้ำยังไงก็ต้องเห็น มันก็คงไม่สามารถปกปิดได้ทั้งชีวิตอยู่แล้ว เราเป็นคนเปิดเองดีกว่า ดีกว่าเราไปถ่ายแบบแล้วเป็นประเด็น สักไว้นานแล้วประมาณ 3 ปี เป็นเหมือนคติประจำตัวตัวเองให้จำไม่ว่าสิ่งที่เราเลือกกระทำในวงการบันเทิงหรือในชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็เตือนตัวเองไว้ว่ามันเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้ว”

ทำไมต้องไปสักจุดนั้น ?
“เพราะเราเป็นนักแสดง ประทศไทยยังไม่ได้ยอมรับเรื่องการสักขนาดนั้น บางคนก็คิดว่าเราเป็นนางเอกอยู่ เราก็ไม่สามารถที่จะไปสักได้ เราชอบของเราเราก็ไปสีกใรสิ่งที่ไม่มีผลกระทบต่องาน ทั้งหมดในร่างกายมีประมาณ 6 ที่สักไว้นานแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใส่บีกินี่ก็จะไม่เห็น”

ตรงต้นขาเห็นมีดราม่าด้วย ?
“เคยถ่ายลงแล้วตรงนี้คนมองว่าเป็นสาวแรงไม่เท่าไหร่ มีคนคิดว่าน้องเสียซิงหรือเปล่าสักตรงนี้ ก็คิดว่าพี่ว่าหนูเรียนไม่เก่งแน่ๆเลย หนูต้องไปหาความรู้เพิ่ม”

เฟลไหมที่มีคนดราม่า ?
“ไม่เฟลแต่รู้สึกว่าคิดแบบนี้ทำไมกล้าพิมพ์คือประจารตัวเอง รู้สึกว่ามันน่าเกลียดมากกับความคิดตรงนี้ ความคิดแย่มาก คิดได้แค่นี้หรอ การที่คนชอบอะไรบางอย่างชอบด้วยความบริสุทธิ์ ถ้าสักตรงอื่นต้องเสียซิงด้วยหรอ เขาก็จ่ายเงินเพื่อจะสักไม่ได้เสียตัวเพื่อจะสัก”

“หลายคนเห็นจุดที่เราสักอาจจะต้องใจกล้านิดหนึ่ง มันไม่ใช่ตรงนี้ใจกล้าสุด คำว่าสักตรงที่ใจกล้าต้องเป็นจุดที่สักแล้วเจ็บ แล้วเราก็ไม่ได้ถอดออกให้เขาหมด”

จะสักเพิ่มไหม ?
“ถ้ามีโอกาสก็เรื่อยๆ เพราะเป็นความชอบส่วนตัว ถ้าไม่ติดว่าเป็นดาราไม่แขนก็ขาข้างนึงอาจจะไปหมดแล้ว ถ้าวันหนึ่งเลิกทำงานไปแล้วอาจจะมีแบบนั้นได้”

มีคิดไหมว่าถ้าสักเพิ่มจะสักจุดไหนไม่ให้ดราม่า ?
“ยังไม่ได้คิดเรื่องรอยสักเพิ่ม เพราะรอยสักในร่างกายคิดเองหมด ออกแบบเองหมด รอยสักหนึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีที่นั่งคิดว่าจะสักตรงไหนมันเป็นศิลปะ ใครไม่เข้าใจเราก็ไม่ว่า อยากให้คิดในแง่บวก”

เรียบเรียง ชานนท์ พิทักษ์ตันสกุล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here