-- โฆษณา --

จ้ำหม้ำน่ารักสุดๆสำหรับ”น้องดิน”ลูกชายสุดที่รักของ “กัปตัน ภูธเนศ” และ “เอ้ก บุษกร” และเหมือนว่าตอนนี้ “น้องดิน” จะอายุเพียงแค่ 10 เดือน แต่ล่าสุดคุณแม่ “เอ้ก” ก็หัดให้นอนคนเดียวแล้ว ล่าสุดได้มีโอกาสเจอคุณพ่อ “กัปตัน” ในงานบวงสรวงละครหน้ากากแก้ว เลยได้อัพเดทพัฒนาการของลูกชายว่ามีแนวโน้มจะซนมาก และเอ้กกำลังฝึกให้นอนคนเดียวแล้ว รับต้องใจแข็งมากเพื่อฝึกลูก ส่วนแพลนมีลูกคนที่ 2 นั้นรอเวลาให้พร้อมกว่านี้อีกสักนิด

พัฒนาการของ น้องดิน ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เห็นจากในภาพจ้ำม่ำน่าดู ?
“พัฒนาการดีเลยครับ อายุครบ 10 เดือนแล้ว และก็มีแนวโน้มว่าจะซนมากด้วยเหมือนกัน เพราะเป็นเด็กผู้ชายที่แรงเยอะคนหนึ่งเลย แต่ถือว่ายังเลี้ยงง่ายอยู่ (ยิ้ม) รวมถึงเริ่มมีความต้องการ เริ่มรู้ว่าตัวเองอยากได้อะไรหรือไม่อยากได้อะไร ซึ่งเราในฐานะพ่อแม่ก็ต้องคอยบอกเขาสอนเขาอยู่ตลอด”

น้องดินสามารถพูดคำแรกได้แล้วหรือยัง ?
“เขาสามารถเรียก “ปาป๊า” ได้ครับ และก็สามารถเรียก “มาม๊า “แม่” หรือ “หม่ำๆ” ได้ด้วยเหมือนกัน จริงๆ เขาก็เรียกได้นานแล้วนะครับ”

เห็นว่าน้องดินก็เริ่มมีสายเลือดศิลปินเหมือนกับคุณพ่อแล้วด้วย ?
“เขาชอบครับ เพราะที่ผ่านมาผมมักจะเล่นดนตรีให้เขาฟังตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่ในทอง ดังนั้นเขาจึงมีความชอบจังหวะ ชอบกลอง ชอบกีตาร์ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังดีดไม่ได้เล่นไม่เป็น แต่ถ้าหากผมหยิบกีตาร์มาเล่น เขาก็จะมาช่วยเคาะช่วยตีจังหวะอยู่ข้างๆ บางครั้งก็ยืนโยกด้วย”

คุณแม่เอ้ก เองก็มีวิธีการสอนลูกใหม่ๆ ตลอด อย่างล่าสุดก็สอนให้เขาหัดนอนคนเดียว ?
“ดินเขาเริ่มฝึกนอนคนเดียวมาตั้งแต่ตอนที่เขาอายุได้ 3-4 เดือนแล้วครับ แต่ที่เอ้กฝึกล่าสุด มันคือการฝึกให้เขาสามารถตื่นเอง และกลับไปนอนเองได้โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปกล่อม ซึ่งวิธีการสอนลูกหรือเลี้ยงลูก ผมมองว่ามันมีวิธีการเลี้ยงหลากหลายวิธีมาก ทั้งแบบไทย แบบฝรั่ง เลี้ยงตามตำรา หรือตามคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็อยู่ที่เราแล้วว่า เราจะเลือกใช้วิธีไหน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละครอบครัว”

วิธีการเลี้ยงแบบนี้มันทำให้เราต้องยิ่งใจแข็งเลยไหม ?
“มากครับ ต้องใจแข็งมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกเขาร้อง เราก็ต้องคอยฟังว่าการร้องของเขานั้นเป็นการร้องเพื่อต้องการอะไร เช่น ร้องเพราะไม่สบายจริงๆ หรือร้องเพื่อเรียกให้เราไปหา ดังนั้นเราต้องใจแข็งจริงๆ ครับ”

เราสองคนเคยเจอดราม่าเรื่องวิธีการเลี้ยงบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะกระแสคอมเมนต์ช่วยเลี้ยงจากแฟนๆ ?
“ผมมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากกว่าครับ เพราะจริงๆ เราสองคนก็พร้อมรับฟังคำแนะนำจากทุกคนอยู่แล้ว คือเรามองมันเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่า ไม่มีแบบไหนถูกหรือผิด และบ้านเราเองก็ค่อนข้างโชคดีด้วยเหมือนกันที่ไม่เคยเจอกับดราม่าอะไร เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำแนะนำมากกว่า”

เวลาน้องดินอ้อน คุณพ่อกับคุณแม่ใครใจอ่อนมากกว่ากัน ?
“ผมครับ ผมใจอ่อนนะ แต่ด้วยความที่ผมเป็นผู้ชายด้วยมั้ง ผมก็เลยต้องมีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยด์ลูก (ยิ้ม) ถามว่าผมกลัวเขาถูกสปอยด์ไหม แน่นอนครับว่าผมกลัว เพราะสำหรับผม ผมอยากเลี้ยงให้เขาเป็นเด็กที่มีความอดทน เป็นเด็กที่รู้จักความลำบาก และสามารถดูตัวเองได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ คือถ้าหากชีวิตเขามีแต่ความสบาย ไม่มีความลำบากเลย เขาอาจจะอยู่ได้ยาก ดังนั้นผมจึงอยากจะสอนเขาให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด นี่คือในมุมมองความคิดของผมนะ”

น้องดินพัฒนาการดีเยี่ยมขนาดนี้ แพลนมีคนที่ 2 เริ่มคิดไว้บ้างหรือยัง ?
“เอ้กเขาอยากมีพี่น้องให้ดินครับ แต่ผมอยากจะขอดูเรื่องความพร้อมของเราก่อน เพราะถ้าหากคิดจะมี 2 คนจริงๆ เราทั้งคู่ก็ยิ่งต้องมีเวลา หรืออาจจะต้องมีคนเข้ามาช่วยดูแล เพราะอย่างที่ทราบทุกวันนี้เราเลี้ยงน้องดินกันเองเต็มเวลา อาจจะมีอาม่ามาช่วยบ้าง หรือมีผู้ใหญ่มาช่วยบ้าง แต่พอท่านมาท่านก็ต้องกลับ ดังนั้นเวลาในการเลี้ยงน้องดินส่วนใหญ่จึงตกไปอยู่ที่เอ้ก และผมช่วยบ้างในเวลาที่เสร็จจากงาน ซึ่งก็อย่างที่บอกเราอาจจะต้องดูความเหมาะสม หรืออาจจะต้องมีคนช่วยบ้างครับ”

แล้วได้แอบๆ คิดบ้างไหมว่าต้องรอดูอีกสักกี่ปี หรือรอให้น้องดินอายุได้กี่ขวบก่อน ?
“ถ้าในมุมของเอ้กเขาก็ไม่อยากให้ห่างกันมากครับ เพราะเขาจะได้เหนื่อยทีเดียว คือการเลี้ยงลูกเองมันเป็นอะไรที่เหนื่อยมากจริงนะครับ ใครบอกว่าไม่เหนื่อยผมไม่เชื่อ (หัวเราะ) แต่ในอีกมุมหนึ่งเราก็จะได้เห็นพัฒนาการของลูกแบบเต็มที่ ได้สร้างความผูกพันกับลูก ซึ่งมันเป็นอะไรที่คุ้มค่า เพราะเวลาช่วงนี้มันเป็นอะไรที่ผ่านแล้วผ่านเลย เราจึงอยากจะใช้เวลากับเขาให้เต็มที่ที่สุดครับ”

เรียบเรียง : พนิดา ชัยฤกษ์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here