-- โฆษณา --

หลังจากละคร “เมีย 2018” ออกฉายกระแสก็ดังเป็นพลุแตกเลยก็ว่าได้ งานก็แน่นสุดๆ สำหรับหนุ่ม “ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ” จนล่าสุดได้ฉายาและติดแฮชแท็ก “ผัว2018” งานนี้ทำเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ ไปไหนก็มีคนทักตลอด อย่างนี้กระแสละครดีขนาดนี้เพื่อนๆ ในค่ายอิจฉากันหรือเปล่า และขึ้นแท่นเป็นลูกรักของช่องเลยไหม งานนี้มีโอกาสเจอหนุ่มฟิล์ม ไปถามถึงเรื่องนี้กันดีกว่า

ช่วงนี้เห็นว่าออกงานเยอะมากเป็นอย่างไรบ้าง ?
“ก็สนุกดีครับสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ”

ถือว่ากระแสละครทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลยไหม ?
“จะพูดอย่างนี้นก็ไม่ผิดครับ (ยิ้ม) ก็รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเป็นหน้ามือกับหลังมือตั้งแต่ที่ละครเริ่มเป็นกระแส”

มีคนเข้ามาทักหรือเข้ามาพูดอะไรบ้างไหม ?
“ก็ทุกคนจำชื่อผมไม่ได้แล้วครับ เรียกแต่บอสๆ ครับ (หัวเราะ)”

งานอีเว้นท์เพิ่มขึ้นมากไหม?
“ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ครับ”

วันนี้ก็หลายงานใช่ไหมต่อๆ คิวกันเลย?
“ก็ไม่เยอะขนาดนั้นครับก็มีเรื่อยๆ ครับ”

แล้วแบบนี้แบ่งเวลาอย่างไร ไหนจะงานละครแล้วก็งานอีเว้นท์ด้วย?
“ก็ให้ผู้จัดการเป็นคนดูแลครับ ตามความเหมาะสมเลยครับ ถ้ามีงานอะไรก็ทำเต็มที่ทุกงานอยู่แล้วครับ”

ตอนนี้อยู่สังกัดของช่องไหน?
“ตอนนี้อยู่กับช่องวันครับ”

เซ็นสัญญาไว้กี่ปี?
“ทั้งหมดสัญญาก็ 5 ปีครับ”

มีต่อเนื่องเลยหรือเปล่าหลังจากจบละครเรื่องนี้ ?
“ก็เดียวมีละครเรื่องหน้ากากแก้วเร็วๆ นี้ครับ”

จะเป็นแนวไหน?
“ก็น่าจะเป็นแนวๆ ดราม่าครับ ส่วนบทจะเป็นอย่างไรอยากให้ติดตามในละครครับ ไปลุ้นในละครน่าจะสนุกกว่า (ยิ้ม)”

กระแสมาแรงขนาดนี้ หลายคนบอกว่าจะกลายเป็นลูกรักของช่องแล้ว?
“ผมรู้สึกว่าไม่เกี่ยวหรอกครับ ผู้ใหญ่ให้โอกาสทุกคนเท่ากัน อยู่ที่ว่าใครจะพัฒนาตัวเองไปได้ไกลและเหมาะสมกับบทแค่ไหนมากกว่า”

หลายคนเอาไปเปรียบเทียบเพื่อนๆ ดาราในช่อง มีเกิดอาการหมี่นไส้เราไหม เพราะกระแสเรามาแรงมาก?
“ผมว่าไม่นะครับทุกคนสนิทกัน จริงๆ เรารักกันทุกคนอาจจะมีมาแซวแต่ไม่มีใครมาหมั่นไส้กันแน่นอนครับ ไม่ว่าใครจะดังกว่าหรืออะไรแบบนั้น”

อย่างเรื่องเมีย 2018 เราก็มีกระแสชื่นชมมากกว่าป้องด้วย หลายคนเลยเอาไปเปรียบเทียบ?
“จริงๆ ผมมองว่าพี่ป้องโดนด่าก็จริงแต่ที่พี่ป้องโดนด่าเพราะเล่นดี แปลว่าพี่ป้องมีฝีมือการแสดงเก่งกว่าผมเยอะ (ยิ้ม)”

แต่ของเราก็มีคนชมเยอะ?
“ก็ด้วยบทบาทครับ อาจจะด้วยที่ตัววศินเป็นผู้ชายในอุดมคติของผู้หญิงในสังคมไทยสมัยนี้เกือบจะทั้งหมด”

หลายคนเขามองว่ากระแสเราจะมาแรงกว่าของป้องมากกว่า?
“ผมว่าถ้ามองในชีวิตจริงธาดากับตัววศินน่ะ ผู้หญิงประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ก็อยากได้วศิน เพราะว่าทุกอย่างคือเพอร์เฟคไปหมด”

พอมีแฟนคลับเข้ามาชมเราเยอะแล้วกลัวป้องจะน้อยใจไหม?
“ผมว่าพี่ป้องน่าจะเจออะไรแบบนี้มาเยอะแล้วเขาน่าจะเข้าใจนะครับ (ยิ้ม) เพราะมันเป็นบททาบทางการแสดง”

กลัวว่าการทำงานในช่องกับคนอื่นจะมีปัญหาไหม เพราะมาเร็วและแรงขนาดนี้?
“ผมว่าไม่นะครับ อย่างที่ผมบอกไปทุกคนมีแซวกัน ในจังหวะที่ทุกคนเป็นที่รู้จักอย่างนี้ คือเรารักกันอย่างไรก็ไม่มีแน่นอนครับ”

ผู้ใหญ่เรียกไปหาบ้างไหมกระแสมาแรงขนาดนี้ เรื่องการดูแลตัวเอง?
“เรื่องการดูแลตัวเองผู้ใหญ่ เขาพูดเหมือนกันทุกคนอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่กระแสเรื่องนี้จะดังอยู่แล้ว เขาพูดเสมอว่าให้ดูแลตัวเอง ไม่รู้ว่าโอกาสจะเข้ามาเมื่อไหร่ อยากให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส”

พอชีวิตเราเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เดิมๆ ของเราต้องเปลี่ยนไหม?
“ผมก็ยังเหมือนเดิมนะ ยังไปเดินห้างอะไรเหมือนเดิม ยังใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทุกอย่างครับ”

อย่างไปห้างจะต้องมีผู้จัดการคอยดูแลหรือมีบอดี้การ์ดมาด้วยหรือเปล่า?
“ไม่เลยครับใช้ชีวิตปกติ อย่างไปฟิตเนสก็ไปคนเดียว อาจจะเพราะช่วงนี้ออกงานแล้วมีผู้จัดการอยู่ด้วยตลอด เวลาไปไหนมาไหนจะมีตลอด แต่ว่าไม่ได้กันนะครับคือไปออกงานแล้วเขาตามมาดูแลมากกว่า”

เรื่องบทละครเรื่องงานต้องเลือกมากขึ้นไหมสำหรับตัวเรา?
“ผมว่าให้ผู้ใหญ่เป็นคนเลือกดีที่สุดครับ สำหรับผมคือผมมาเป็นนักแสดงไม่ว่าจะบทบาทไหนผู้ใหญ่เลือกแล้ว ผมว่าเขาน่าจะคิดว่ามันเหมาะสมที่สุดสำหรับเราแล้วล่ะครับ เราก็ทำให้เต็มที่ก็พอครับ”

ไม่ถึงขั้นว่ามีชื่อเสียงแล้วขอเลือกบทเองใช่ไหม?
“ไม่ครับถ้าผู้ใหญ่ให้เล่นอะไรก็เล่นครับ”

มันจะกดดันตัวเองไหม เพราะว่าเรื่องนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก?
“ถามว่ากดดันไหม สำหรับผมมันเป็นความกดดันที่เยอะมากพอสมควร กับการที่กระแสเรื่องนี้มาดี ผมว่าทุกคนก็คงคาดหวัง กับเรื่องต่อไปว่ามันจะต้องดีเท่าเดิม อย่างไรก็ไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอนครับ สำหรับผมเปลี่ยนมาเอาเป็นแรงพลักดันให้ตัวเอง ทำการบ้านมากขึ้นดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าผมอยากมาเป็นนักแสดงจริงๆ”

เรียบเรียง ชานนท์ พิทักษ์ตันสกุล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here