-- โฆษณา --

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่เล่นหนังเมื่อไหร่กระแสดีตลอดๆ สำหรับหนุ่มสุดฮา “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ล่าสุดเจ้าตัวเผยถึงกระแสหนัง “น้องพี่ที่รัก” ว่ารู้สึกดีใจ ปลื้มคนชมการแสดงหนังดีขึ้น ไม่กดดันว่าหนังเรื่องต่อไปจะต้องประสบความสำเร็จ ส่วนเรื่องงานละครมีเข้ามาติดต่อบ้าง แต่ปฏิเสธไปเพราะไม่ใช่เป็นแนวตัวเอง แถมยังบอกอีกว่านักแสดงคนอื่นน่าจะแสดงดีกว่า

“คนมาดูเราก็รู้สึกดีใจ ชอบที่เวลาไปตามโรงหนังแล้วเซอร์ไพรส์คนดู เราได้รับปฏิกิริยาต่างๆ กลับมา รวมถึงคนที่ไม่ค่อยดูหนัง แล้วอยู่ดีๆ ก็มาดูเรื่องนี้ เขาพาพี่น้องมาดูก็รู้สึกดีมาก”

หลายคนแปลกใจกับพัฒนาการด้านการแสดง ?
“ครับ ก็รู้มาบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดเห็นยังไง จริงๆ เวลาผมตีความตัวละครจะไม่ตีความเป็นประเภท เราจะตีเป็นบุคคล อยู่บนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ให้มีมุมมองผ่านเราแค่นั้นเอง ก็เลยไม่ได้คิดคนนี้ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น มุนษย์มันมีทุกมุม แล้วทุกตัวละครก็จะเป็นแบบนี้ แล้วแต่ว่าเรื่องไหนจะพาไปถึงไหนแค่นั้นเอง”

เรื่องนี้ทำการบ้านหนักมั้ย ?
“เรียนจบมานานแล้วไม่ค่อยได้ทำ อ๋อๆ มันอยู่ที่นักแสดงโดยรวมด้วยแหละครับ ถ้าไม่ใช่คนๆ นี้ผมก็จะไม่แสดงออกแบบนี้ เพราะเหมือนเราเป็นตัวละคร เราเจอใครก็จะโต้ตอบกับคนๆ นั้นแบบไหน ผมไม่เคยแยกใครเป็นประเภท ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่เหมือนกัน”

เรียกว่าเรื่องนี้บทส่งเลย ?
“แต่ละคนมีวิธีทำงานที่ไม่เหมือนกัน วิธีของผมต้องให้มันซึมซับ มันเหมือนตัวผมเองที่ไม่เคยต้องเตรียมอะไรมาพูด แล้วแต่ว่าใครพูดอะไรมา ผมจะตอบโต้แบบนั้น ก็เลยเหมือนกันถ้าเป็นตัวละครนี้ก็เป็นแบบนั้น”

หลังจากนี้จะมีผลงานอะไรอีกมั้ย ?
“อาจจะมีโป๊เปลือย เปล่าๆ อาชีพผมมีอาชีพเดียวคือการเป็นนักแสดง ก็เลยไม่รู้ รอดูว่าจะมีอะไรเข้ามา ถ้างานไหนมีความสามารถพอก็ยินดีครับ”

เวลาหนังประสบความสำเร็จ พอมีเรื่องต่อไปแล้วกดดันมั้ย ?
“ผมไม่กดดันตัวเองครับ บทภาพยนตร์มาก็มาด้วยความรักความตั้งใจ แล้วเราก็รู้สึกว่าเรามาด้วยความรักความตั้งใจเหมือนกัน เลยไม่ได้คิดว่าฉันจะต้องทำอะไรเพื่ออะไร แค่เป็นตัวละครแล้วตั้งใจทำมันด้วยหัวใจก็พอ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่น”

อยากมาเล่นละครมั้ย ?
“ต้องรอดูคนมาเสนอก่อนครับ แต่ว่าผมไม่เคยทำก็กลัวอยู่ เพราะมีคนอื่นทำได้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ศาสตร์มันไม่เหมือนกัน เป้าหมายถึงผู้ชมมันไม่เหมือนกันด้วย จริงๆ ก็มีโอกาสได้เห็นเหมือนกัน แต่มันก็แล้วแต่พรหมลิขิตว่าชีวิตผมจะมุ่งไปทางไหน (ยิ้ม) พรุ่งนี้ผมอาจจะล่องเรือไปต่างประเทศก็ได้”

มีหนังต่างประเทศติดต่อมามั้ย ?
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่หลักๆ เราคือที่ไทย เราเลยไม่คิดถึงเรื่องต่างชาติ ผมเปิดโอกาสอยู่แล้วครับ แต่ก็ต้องมองว่าถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าเราก็ควรให้โอกาสนั้นเป็นของเขา รู้สึกภูมิใจที่เขาเสนองานมาให้ที่ปฏิเสธเขาก็เข้าใจเหตุผล”


เรียบเรียงโดย ชานนท์ พิทักษ์ตันสกุล
ขอบคุณภาพจาก ig:sunny_suwanmethanont

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here