-- โฆษณา --

ช่วงนี้จะเห็นหน้าของนางเอกสาวมากฝีมืออย่าง “แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์” ออกงานอีเว้นท์ถี่ยิบ พรีเซ็นเตอร์ก็แน่น แถมงานละครก็มีมาเรื่อยๆ และแต่ละเรื่องก็ถูกพูดถึงมาก ดูได้จากรางวัลที่สาวแต้วได้รับจากเวทีต่างๆมาเป็นตัวการันตีในความสามารถ ล่าสุดแต้วได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ The Face Shop Thailand อีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าตื่นเต้น แล้วก็ดีใจที่ได้รับเกียรตินี้

ปีนี้งานพรีเซนเตอร์แน่นมาก ?
“ก็มีทั้งที่ต่อสัญญาอันเดิม แล้วก็อันใหม่ ก็มีอะไรให้ตื่นเต้นได้ทำอะไรใหม่ๆด้วย ให้แฟนๆได้ตื่นเต้นด้วย”

มีเกณฑ์ในการรับงานยังไงบ้าง?
“เลือกที่เรารู้สึกว่าสามารถพรีเซ้นต์ได้ อย่างตัวนี้ตอนที่มาคุยเรื่องคอนเซ็ปต์ เรารู้สึกว่าเราชอบคอนเซ็ปต์ของเขา อย่างเขาต้องการเล่าว่าคนทุกคนสามารถสวยได้ด้วยธรรมชาติในแบบที่ตัวเองเป็น เรารู้สึกว่าเชื่อตรงนี้และอยากทำ และได้รับเกียรติจากThe Face Shop ด้วย”

ล่าสุดเหมือนติดโพล 1 ใน 10 ดาราที่มีพัฒนาการในการแสดงที่ดี?
“ก็ดีค่ะ เป็นโพลที่พูดถึงเรื่องการแสดงอะไรแบบนี้เนาะ ส่วนใหญ่จะเป็นโพลที่เกี่ยวกับความนิยม อันนี้ก็เป็นโพลใหม่ที่พึ่งเคยได้ยิน ขอบคุณคนที่โหวตด้วยแล้วกันค่ะ ก็จะตั้งใจทำผลงานต่อไปให้เต็มความสามารถของตัวเองในแต่ละครั้งค่ะ”

“เราก็พยายาม แต่ละเรื่องก็เป็นประสบการณ์ของเรื่องก่อน ในเรื่องของทักษะ แต่ก็เหมือนกับเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง ไม่พยายามไปยึดติดกับสิ่งเดิมๆ เพราะจะทำให้เราเครียด ก็พยายามสนุกไปกับงานที่ทำ”

บทบาทไหนที่อยากลองเล่น หรืออยากเปลี่ยนแนวในสิ่งที่ยังไม่เคยลองเลย?
“ก็ยังไม่ได้ลองอีกเยอะ เป็นพันเป็นร้อยเลยค่ะ ก็ได้หมดค่ะ ถึงแม้จะเป็นแบบที่คล้ายๆเดิม แต่เรารู้สึกว่ามันก็เป็นอีกความท้าทายว่าเราจะทำยังไงให้มันไม่น่าเบื่อ ไม่ทำให้คนดูรู้สึกว่าเคยเห็นแบบนี้แล้ว ก็เป็นความท้าทายใหม่ๆ คือเหมือนยิ่งอยู่วงการไปก็ยิ่งยากขึ้น”

หลายคนมองว่าอย่างแต้วยังต้องเรียนการแสดง หรือเวิร์คช็อปอยู่มั้ย?
“มันก็เป็นความรับผิดชอบของนักแสดงเนาะ ที่ต้องทำอะไรแบบนี้ ก็แล้วแต่โปรดักชั่นแต่ละอันว่าเขาจัดให้ทำมั้ย แต่ถ้าไม่มียังไงเราก็ต้องพยายามทำการบ้านของเราเอง แต้วว่าทุกคนก็ทำกันแบบนี้อยู่แล้ว”

ยิ่งมีรางวัลการันตีมากขึ้น จะยิ่งกดดันในการทำงานมากขึ้นมั้ย?
“ก็ไม่นะ ก็อาจจะมี แต่เรามองว่าความไม่นิ่งมันทำให้สนุก บางทีเราอาจจะขาดความมั่นใจอะไรไปบ้าง มันก็ยิ่งเป็นตัวที่ทำให้เราดันตัวเองต่างๆ ให้เรายิ่งตั้งใจมากขึ้นๆ อะไรแบบนี้ค่ะ ก็ทำงานไปแบบสนุกๆดีกว่า”
“ชอบก็ชม ไม่ชอบก็ติ จะได้ช่วยๆกันพัฒนาผลงาน แล้วเราก็ได้อ่านฟีตแบคด้วย เพราะว่าคอมเม้นต์ของคนที่ดูผลงานเราออกไป มันเป็นแบบตัวสอนเราหลายอย่าง เป็นตัวสะท้อนให้เราได้เห็นในสิ่งที่บางทีเราอาจจะยังไม่เห็น”

เห็นว่าจะมีแฟนมีตติ้งด้วย แต่รับจำนวนจำกัดแค่ 200 คนเอง?
“ก็เป็นเหมือนจำนวนที่เรารู้สึกว่าเราควบคุมได้ ก็อยากจะให้เป็นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อาจจะบอกกระชั้น แล้วบางทีคนไม่ทัน เอาไว้จะจัดบ่อยๆแล้วกัน ก็อยากให้เป็นอะไรที่พิเศษค่ะ ไม่อยากให้เยอะมากจนไม่รู้สึกอบอุ่น”

เสียดายมั้ยที่แฟนคลับบางคนอาจจะไม่ได้โอกาส อยากเรียกร้องให้เพิ่ม?
“เอาไว้เจอกันงานหน้า แต่ว่าถ้าเกิดมีกระแสเรียกร้องมากๆ ก็เดี๋ยวว่ากัน แต่ว่าเอาแบบน่ารักอบอุ่นดีกว่า ถ้ามากเกินไปเดี๋ยวค่อยมาจัดการทีหลัง”

มีเตรียมเซอร์ไพรส์แฟนๆยังไงมั้ย?
“ก็ต้องมีแน่นอนค่ะ ส่วนธีมงานก็เป็นแบบสบายๆค่ะ ปีก่อนหน้านั้นเราจัดแบบแต่งตัวเยอะแยะ ปีนี้เราก็เลยอยากให้ได้สัมผัสเราจริงๆ สบายๆง่ายๆค่ะ สถานที่ก็กำลังจัดการอยู่ค่ะ แต่ขอบอกว่ากินอิ่มนอนหลับแน่นอนค่ะ”

เรียบเรียงโดย ณัฐกาญจน์  ลิ้มสุขสมบูรณ์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here