-- โฆษณา --

ต้องขอแสดงความเสียใจกับนางเอกสาว “แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา” ที่ได้สูญเสียคุณพ่อ “กิตติ์ธเนศ สิรภัทรศักดิ์เมธา” วัย 65 ปี ไปเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งในวันนั้นสาวแพทตี้มีงานอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงไม่ได้มาดูใจคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีพิธีสวดอภิธรรมศพที่วัดศรีเอี่ยม วันนี้เจ้าตัวได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า

“ตอนที่คุณพ่อเสีย อยู่ต่างประเทศค่ะ ทำงานอยู่ญี่ปุ่น จริงๆแล้วพึ่งรู้ว่าท่านป่วยตอนประมาณสงกรานต์ค่ะ ก็รักษามาเรื่อยๆค่ะ พาคุณพ่อไปโรงพยาบาลปกติ แต่พึ่งจะมีอาการเมื่อไม่นานมานี้ ช่วงต้นเดือนนี้เอง”

ก่อนที่แพทตี้จะไปต่างประเทศ คุณพ่อมีอาการยังไงมั้ย?
“หนูไปวันที่ 6พ.ย. ก่อนที่หนูไปคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลแล้ว ก็ดูแลท่านอยู่ ตอนนั้นก็เริ่มมีอาการท้องอืดแล้วค่ะ แกก็ไม่มีแรง ตัวเหลือง เราก็ยังไม่ทราบมาก ก็รีบไปส่งโรงพยาบาล แล้วก็อยู่ยาวเลย”

ตอนนั้นกังวลมั้ย เพราะต้องบินไปต่างประเทศด้วย?
“ตอนแรกเหมือนอาการดีขึ้นนะคะ เพราะมีการส่องกล้องแล้วก็ผ่าตัดนิดหน่อยค่ะ แต่พอหลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มค่อยๆทรุดลง”

ก่อนไปได้พูดคุยกับคุณพ่อมั้ย?
“คุยค่ะ (ร้องไห้) คือเหมือนจริงๆก็ทราบนะคะ คือก่อนที่ท่านจะไป ก็ค่อนข้างทรุดประมาณนึงแล้ว จริงๆก็คุยกับคุณพ่อแล้วแหละ เหมือนก็บอกแกทุกอย่างในสิ่งที่อยากบอกอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ ก็พยายามบอกทุกอย่าง เพราะกลัวเหมือนกันว่าจะกลับมาไม่ทัน ตอนที่อยู่โน่นก็วิดีโอคอลคุยกันค่ะ โทรเฟสไทม์กัน แต่คุยได้นิดหน่อยคุณพ่อก็จะเหนื่อย”

อย่างก่อนหน้านี้คุณหมอก็บอกว่าให้ทำใจไว้แล้วใช่มั้ย?
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูไปกับคุณพ่อทุกครั้ง ไปโรงพยาบาลทุกอาทิตย์ จะค่อนข้างทราบทุกอย่างแหละ ว่าอาการคุณพ่อเป็นแบบไหน อยู่ในขั้นไหนแล้ว ทราบทุกขั้นตอนค่ะ ก็ทราบตลอด จริงๆก็ทำใจมาซักระยะนึงแล้วเหมือนกัน เพราะท่านเป็นค่อนข้างรุนแรงแล้ว”

ตอนที่ตรวจพบนี่ถึงขั้นไหนแล้ว?
“ตรวจพบตอนนั้นเหมือนท่านปวดมากกว่า เราก็นึกว่าปวดทั่วไป ก็เลยไปตรวจ เจาะชิ้นเนื้อทุกอย่างก็เลยรู้ว่าเป็น แต่ระยะก็ท้ายๆแล้วค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้กันตลอด ก็อยากให้คุณพ่อสู้ที่สุดเท่าที่สู้ได้”

แล้วสภาพจิตใจเป็นยังไงตอนที่รู้?
“ทำงานก็พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว เพราะเขาก็จ้างเราไปทำงานด้วย ก็ไม่อยากทำได้ไม่เต็มที่ ก็พยายามทำเท่าที่ทำได้จริงๆ”

ตอนที่คุณพ่อเสีย มีลางบอกเหตุอะไรมั้ย?
“ก่อนไปก็เห็นอาการคุณพ่อมาซักระยะนึงแล้ว คือปกติจะมีไลน์กรุ๊ปที่บ้าน วันนั้นถามก็จะเงียบ ที่บ้านก็ไม่กล้าบอก ก็จะถามทุกวันว่าวันนี้ปะป๊าเป็นไงบ้าง แต่วันนั้นเงียบ ก็เริ่มแปลกๆ สุดท้ายก็โทรไปดีกว่า เลยบอกว่าหม่าม๊าพูดได้เลย ไม่ต้องห่วง ก็เลยทราบเป็นคนสุดท้าย”

“ก็ตลอดเวลาที่ผ่านมาคือเหมือนมาเป็นระยะๆอยู่แล้วค่ะ ที่ทราบด้วยสิ่งที่คุณพ่อเป็น เนื่องจากหายค่อนข้างยาก ก็เลยทำใจมาซักระยะนึงแล้วเหมือนกัน ก็พยายามเข้มแข็ง คุณพ่อก็บอกมว่าเศร้านิดเดียวพอนะ ก็จะพยายาม(ร้องไห้)”

ถ้ามีโอกาสอยากบอกอะไรคุณพ่อ?
“จริงๆพูดไปหมดแล้วค่ะ ตอนที่คุณพ่อยังรู้เรื่องอยู่ ก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงลูกคนนี้ หรือพี่ๆน้องๆคนอื่น เดี๋ยวเราก็ใช้ชีวิตต่อไปได้อยู่แล้ว ก็จะคอยคิดถึงท่านเสมอๆ”

ตอนที่มาถึงงาน เห็นว่าไปเคาะโลงด้วย?
“ก็พูดบอกคุณพ่อว่ากลับมาแล้วนะ ตอนแรกก่อนจะไปญี่ปุ่นก็บอกปะป๊าว่ารอก่อนนะ แต่ก็ไม่ทัน”

คุณแม่สภาพจิตใจเป็นไงบ้าง?
“คงคล้ายๆกับหนูนี่แหละค่ะ อย่างที่บอกทุกคนทราบมาตั้งนานแล้ว พยายามที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ในระหว่างทางก็มีอุปสรรค บางทีคุณพ่อก็ท้อบ้าง เราก็ต้องพยายามให้แกเยอะที่สุด แต่ทั้งหมดก็เชื่อว่าคุณพ่อสู้มาเต็มที่แล้วจริงๆ แล้วก็เชื่อว่าตอนนี้ท่านไปสบายจะได้ไม่ต้องทรมาน”

พี่แดนให้กำลังใจยังไงบ้าง
“ให้เยอะมากค่ะ โทรคุยตลอด”

 

เรียบเรียงโดย ณัฐกาญจน์  ลิ้มสุขสมบูรณ์ 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here