-- โฆษณา --

ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากๆ สำหรับ “หรูหรา ปิยะวัฒน์” โดยเจ้าตัวขอน้อมนำคำสอนเรื่องความกตัญญูของพระองค์ท่าน มายึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมไปถึงยังปลาบปลื้มพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านในด้านต่างๆอีกด้วย

ความประทับใจที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ?
                 “จริงๆในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆนะครับ ในหลายๆเรื่องโดยเฉพาะท่านทรงพระปรีชาสามารถ ทรงมีความอัจฉริยภาพหลายๆด้าน แบบอย่างที่คนไทยประทับใจเลยก็คือความพอเพียง ท่านเป็นถึงกษัตริย์ แต่ท่านมีความพอเพียงในหลายๆด้าน ทำให้พวกเราที่เป็นสามัญชนทั่วไปเกิดความสำนึก เกิดความตระหนักในการใช้ชีวิต อย่างการเลือกใช้ของหรืออาหารการกินเราก็จะไม่สุรุ่ยสุร่าย เพราะว่าเราก็นึกถึงคนที่มีฐานะจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอย อย่างเรื่องที่เราทราบกันดีเรื่องยาสีฟันนะครับ ท่านก็ใช้จนหยดสุดท้ายจริงๆนะครับ ซึ่งนั้นเป็นการแสดงออกว่าท่านใช้ทุกอย่าง อย่างรู้คุณค่า ทำให้หรูหราเวลาใช้หรือกินอะไร จะนึกถึงความจำเป็นมาเป็นอันดับแรกนะครับ”

“ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของแบรนด์ ยี่ห้อ ค่านิยม ถ้าเลือกได้ส่วนใหญ่จะสนับสนุนสินค้าของคนไทย เพราะคิดว่าถ้าเราช่วยเหลือคนไทยด้วยกันแล้ว มีการพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างถูกทาง จะทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ด้วยกันอย่างมีความสุขครับ นอกเหนือจากนี้ท่านยังเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความวิริยะ อุสาหะ ที่ท่านได้ทรงงานอย่างหนักตลอดชีวิตของท่าน  ทำให้หรูหราได้ใช้ความรู้ที่ตัวเองมีในเรื่องไฟฟ้าในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ตามงานสาธารณะกุศลต่างๆ คิดว่าจะทำจนลมหายใจสุดท้าย เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ จะทำแม้ว่าจะมีใครเห็นหรือไม่มี หากท่านมองลงมาจากบนสวรรค์ ก็จะทำให้ดีที่สุดครับ”

น้อมนำคำสอนในด้านใดของพระองค์ท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง ?
                 “หลายๆคนมักจะโฟกัสในเรื่องของงานที่ท่านได้คิดต่างๆมากมาย แต่ส่วนหนึ่งที่หรูหราทราบและประทับใจมากๆ คือเรื่องของความกตัญญูกตเวที ทุกคนจะทราบกันดีว่าพระองค์ท่านทรงดูแลสมเด็จย่า หรือแม้กระทั่งพระเจ้าพี่นางเธอเป็นอย่างดีเลย นั้นก็คือเป็นส่วนหนึ่งที่หรูหราน้อมนำมาปฏิบัติต่อครอบครัวตัวเอง ดูแลคุณพ่อ คุณแม่และสมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งพอเรามีความจริงใจแล้วก็จะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น ถ้าแต่ละครอบครัวใส่ใจกัน ก็จะรักกันในครอบครัวก่อนและรักกันในสังคม และแผ่ขยายวงกว้างไปจนถึงประเทศชาติก็จะไม่นำมาซึ่งความแตกแยกนะครับ”

“แม้กระทั่งสมเด็จย่าตั้งชื่อพระองค์ท่านว่า ภูมิพล ที่แปลว่า กำลังของแผ่นดิน ดังนั้นเราจะรับรู้ข่าวสารมาโดยตลอด เรารู้ภาษา เราจำความได้ เราจะรับรู้มาโดยตลอดว่าท่านทรงงานอย่างหนักมาตลอด จริงๆแล้วอยากให้ทุกคนร่วมกันทำความดีคนละเล็กละน้อย ถ้าต่างคนต่างช่วยกันสังคมจะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อท่าน แม้ว่าท่านจะไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว แต่อยากให้สิ่งที่ท่านทรงงานหรือคาดหวังอยากเห็นคนไทยรักกันเกิดขึ้น จริงๆแล้วท่านยังอยู่แต่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน”

ปลาบปลื้มหรือชื่นชอบพระอัจฉริยภาพด้านใดของพระองค์ท่านบ้าง?
   “ถ้าใช้เวลาอธิบายตอนนี้ คิดว่าคงต้องใช้เวลานานมาก แต่ที่ประทับใจในหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคิดอะไรขึ้นมาเพื่อประเทศชาติ เพื่อคนไทย เพื่อเกษตร หรือโครงการแก้มลิง การกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง หรือแม้กระทั่งสามารถช่วยกักเก็บน้ำในยามที่นำมาซึ่งอุทกภัยน้ำท่วม ก็ได้โครงการแก้มลิงที่เป็นแบบอย่างที่ดี หรือจะเป็นโครงการกังหันชัยพัฒนา ก็ทำให้น้ำไม่เน่าเสีย สัตว์น้ำก็แพร่พันธุ์ได้  ทำให้เกษตรกรหรือประชากรหาปลา ทำอาชีพ นอกจากนี้แล้วเมื่อน้ำดี นำไปรดพืชพันธุ์ที่เราปลูกอยู่ ก็นำมาซึ่งพืชผลและรายได้ช่วยให้เราเลี้ยงดูตัวเองได้ แม้กระทั่งแนวปราชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนผืนดินที่เรามีขีดจำกัดที่เราสามารถบริหารหรือจัดการได้ จะเป็นการปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงปลา หรือการจัดการบริหารที่ดินโดยที่เราอยู่ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตหากเราอยู่ได้ ปัญหาเรื่องการกู้หนี้ยืมสินจะลดน้อยลง”

อยากบอกหรือให้กำลังใจประชาชนที่กำลังเศร้าโศกในขณะนี้?
                  “ในเรื่องของการเศร้าโศกเป็นทุกคนครับ หรูหราเข้าใจแล้วว่าทุกคนมีความจงรักภักดี มีความผูกพันกับท่าน บางท่านเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว ร้องเพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชา เห็นภาพในหลวงทุกจังหวัดจะต้องมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านตลอด แต่ว่าการเสียใจอย่างเดียวมันไม่พอ เสียใจพอประมาณ แล้วเปลี่ยนความเสียใจให้เป็นพลังในการออกมาทำความดี ออกมาดำเนินตามรอยเท้าท่านมาศึกษากันอย่างจริงจังว่าแต่ละโครงการทำขึ้นมาเพื่ออะไรบ้าง โครงการที่ท่านคิดเราสานต่อได้มั้ย ตรงไหนที่เราสามารถทำได้อยากให้ช่วยกันคนละเล็กละน้อย บางคนไม่ได้มีที่ดินมากมายที่จะไปเดินตามรอยท่านในการทำเกษตรกรรม แต่ว่าท่านก็มีแนวทางหลาย ๆ อย่างที่เป็นต้นแบบของการทำความดี หรือการเสียสละ เราสามารถช่วยกันคิดนวัตกรรมใหม่ๆ  ที่ช่วยส่งเสริมคนไทยด้วยกันอยู่ได้ ทำยังไงก็ได้ให้คนไทยรู้สึกว่ามีการเห็นอกเห็นใจกัน”

“สิ่งที่ท่านอยากเห็นมาตลอดคือคนไทยรักและสามัคคีกัน หรูหราเข้าใจมาตลอดว่ามันเป็นเรื่องยาก ใคร ๆ มักจะพูดแบบนี้ เราไม่ต้องคาดหวังจะให้คนไทยรักกัน แต่อยากให้เริ่มจากเรารักคนในครอบครัวและหมู่เครือญาติก่อน และเราก็ดูว่าเรามีขีดความสามารถตรงไหนที่เราสามารถเดินตามรอยท่านได้ ใครที่มีเหลือก็ให้แบ่งปัน ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง สังเกตว่าคนที่เป็นที่จดจำของสังคมคือคนดี ไม่ใช่คนมีฐานะ บางคนอำลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เป็นที่กล่าวขานในเรื่องของความดีที่เค้าเคยสร้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นชื่อและนามสกุลเค้าจะอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป ถือว่าเรามาถูกทางที่เราเดินตามรอยท่าน”

“ทุกวันนี้ท่านอาจจะไม่ได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทย แต่หรูหราเชื่อว่าทุกคนในหัวใจมีพระองค์อยู่ เมื่อเราคิดว่ามีพระองค์อยู่ในหัวใจแล้ว เราก็จะไม่ทำสิ่งไม่ดี อะไรที่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม ไม่เบียดเบียนผู้อื่นเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ อยากให้ทุกคนเข้มแข็ง เปลี่ยนจากความโศกเศร้าให้เป็นพลังการทำความดี ถ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ยินสิ่งที่หรูหราพูดหรือสิ่งที่ทุกคนกำลังจะออกมาทำ หรูหราว่าท่านคงภูมิใจและชื่นใจอยู่บนสวรรค์ครับ”

เรียบเรียงโดย กัณฑณัฏฐ์ จันทรมงคล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here