-- โฆษณา --

น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ร้องเพลงชาติไทยต่อหน้าพระพักตร์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยดาราสาว “กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” เธอได้เล่าเหตุการณ์ที่สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ว่า เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตแล้ว และหากจะให้พูดถึงในหลวงในดวงใจของเธอเป็นอย่างไร เธอได้เปิดใจว่า

“ กระติ๊บรู้สึกว่าท่านเป็นคนที่มีพระปรีชาสามารถหลายๆด้านมาก ติ๊บเข้าใจความรู้สึกของคนไทยทุกคนที่สูญเสีย แม้กระทั่งทุกวันนี้เรายังรับความรู้สึกนั้นไม่ได้ (เสียงสั่น) แค่เราไปเห็นรั้ววัง ใจมันก็สั่นแล้ว น้ำตามันจะไหล ช่วงก่อนหน้านี้เราก็เพิ่งไปต่อแถวมาเพื่อที่จะเข้าไปกราบพระบรมศพ มันมีคำสอนของคุณพ่อหลายหลายด้านที่หลายคนอาจจะนึกถึงในหลายๆเรื่อง ถ้าเราหยิบยกเรื่องที่ท่านสอนมาสักเรื่อง ติ๊บ เชื่อว่าสังคมไทยจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากถ้าทุกคนมีใจที่จะทำเพื่อคนอื่นเหมือนที่พ่อสอน”

เราได้นำหลักคำสอนอะไรของพระองค์ท่านมาใช้กับตัวเราบ้าง?
               “จะเป็นช่วงๆค่ะเช่นช่วงนี้เราจะยึดคำสอนคำนี้มาอย่างช่วงที่เราใช้เงินฟุ่มเฟือยเราก็จะหยิบในเรื่องของการอดออมมาใช้ แต่ช่วงนี้สิ่งที่ติ๊บจะหยิบมาใช้ คือในเรื่องของความเพียรเหมือนที่ท่านบอกว่าในพระมหาชนกที่ท่านทรงประพันธ์ไว้คนเราบางทีอาจจะว่ายน้ำไปไม่เห็นฝั่ง แต่ถ้าเราหยุดว่ายก็ไปไม่ถึง ฉะนั้นสิ่งที่เราคาดหวังและยังทำไม่สำเร็จมันอาจจะท้ออาจจะมองไม่เห็นฝั่ง แต่ถ้าเราเพียรพยายามต่อไป มันต้องมีความสำเร็จขึ้นมาสักวันหนึ่ง ฉะนั้นต้องมีความอดทนและความเพียรพยายาม”

ครั้งหนึ่งในชวิตเคยได้ถวายงาน มีโอกาสเข้าเฝ้า หรือรับเสด็จ บ้างมั้ย?
“เคยครั้งหนึ่งค่ะ เป็นงานวิ่งตามเสด็จของสมเด็จพระเทพฯ จุดเริ่มต้นวิ่งจากพระที่นั่งอนันตสมาคมและวิ่งมาถึง รพ.ศิริราช วันนั้นเป็นวันที่พระเทพฯ ท่านทรงวิ่งนำ เราเองก็วิ่งตามและไปจบที่ รพ.ศิริราช จำได้ว่าเริ่มวิ่งตอนตีห้า แล้วก็ไปยืนเคารพธงชาติกันที่หน้าศิริราช สิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดของวันนั้นก็คือเมื่อเพลงชาติดังขึ้น หน้าต่างบานหนึ่งเปิดขึ้น คนที่เราเห็นรูปมาตั้งแต่เด็ก เห็นพระองค์ท่านในจอโททัศน์มาตั้งแต่เด็ก เปิดหน้าต่างออกมาแล้วทรงโบกพระหัตถ์ให้ ในตอนนั้นนี่แค่พูดก็ขนลุกแล้ว น้ำตาจะไหล เรียกว่าหาที่สุดไม่ได้จริงๆ เราไม่เคยร้องเพลงชาติได้ดังขนาดนั้นมาก่อน และไม่เคยรู้สึกว่าร้องเพลงชาติได้เพราะขนาดนั้นมาก่อน ไม่เคยภาคภูมิใจอะไรขนาดนั้นมาก่อน ตอนนี้คือเรารู้สึกว่า เราร้องเพลงให้พ่อฟังจริงๆ”

หากตอนนี้พระองค์ท่านมองลงมา อยากจะบอกอะไรกับพระองค์ท่านบ้าง?
“กระติ๊บเชื่อว่า พระองค์อยากเห็นคนไทยสามัคคีกันอยากเห็นคนไทยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและอยากเห็นลูกทุกคนมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมือนดังที่ท่านพยายามทำหลายๆอย่างให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นฉะนั้นในเมื่อวันนี้ท่านไม่อยู่แต่คำสอนของท่านยังอยู่ เราก็ไม่ได้หลงทางไปซะทีเดียว เรายังมีแนวทางที่พ่อทำไว้ เพียงแต่ว่าเราอย่าแตกแถวกัน แล้วเดินตาม ทางนั้นไปเรื่อยๆ ติ๊บเชื่อว่าเราจะต้องเจอสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยค่ะ”

เรียบเรียงโดย อารยา พัฒนา
ขอบคุณภาพจาก IG @kratip

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here